สวนละอองฟ้า: มากกว่าความเป็นสวนทุเรียน

คุณชาตรี

คุณชาตรี เจ้าของสวนกับสาธิตการแกะทุเรียน ลูกนี้คือทองสมพงษ์ Photo cr. Yindee Lertchareonchok

“ชิมกันค่ะ นี่แดงสาวน้อย นี่นมสดค่ะ นี่ชะนี” ในช่วงสายของวันอาทิตย์ทันทีที่พวกเราเข้าไปถึงคุณแดงภรรยาของคุณชาตรีเชื้อเชิญและแนะนำให้พวกเราได้รู้จักกับสิ่งใหม่ๆในชีวิต ในขณะที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เราเรียกชื่อเล่นๆของเขาว่าเจ กำลังขมีขมันแกะทุเรียนให้พวกเราได้ชิมกันที่สวนละอองฟ้า ณ.บ้านเขาทุเรียน อำเภอเมือง นครนายก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มาที่สวนละอองฟ้าแต่ครั้งนั้นมาแค่ทำความรู้จักกับเจ้าของสวนและไม่ใช่หน้าทุเรียน แต่ในการมาครั้งนี้ทำให้ได้พบกับความแปลกใหม่และความพิเศษหรือน่าทึ่งอยู่หลายประการทีเดียว อย่างแรกเลยก็ เริ่มต้นที่ชื่อที่คุณแดงแนะนำข้างต้นนั้นล้วนคือชื่อของทุเรียนพันธุ์ต่างๆที่วางอยู่ตรงหน้าของเรา ที่จะต้องขอบอกตามตรงว่า รู้จักแค่ชะนีอย่างเดียว นอกเหนือจากชื่อเหล่านี้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายๆชื่อตามเข้ามาให้ชิมกัน เช่น ละเวง ฟักข้าว ชายมังคุด ทองสมพงษ์ ทองรมธาร และ ละอองฟ้า อันเป็นที่มาของชื่อสวน แต่ที่นี่ไม่ได้มีทุเรียนเพียงเท่าชื่อที่เอ่ยถึงนี้แต่มีอีกไม่น้อยกว่า 50  พันธุ์ ทั้งเป็นพันธุ์โบราณดั้งเดิมที่หาได้ยากแล้วในวันนี้และพันธุ์ที่ทางสวนนี้คิดขึ้นมาใหม่ แน่นอนว่าที่พบได้ในท้องตลาดทั่วไปคือ ชะนี หมอนทอง ก้านยาวก็รวมอยู่ด้วย โดยทุเรียนแต่ละพันธุ์ก็มีความแตกต่างกันออกไปทั้งที่มาที่ไปและรสชาติ

นมสด-edit

นมสด

“อย่างนมสด นี่ตอนกินถ้าจะอมไว้ในคอก่อนจะกลืนก็จะมีรสชาติที่รู้สึกได้ว่าคล้ายๆนมสดอยู่ในคอ” เจชายหนุ่มจากเยาวราชผู้หลงใหลในความมหัศจรรย์ของทุเรียนอธิบายถึงวีการกินที่ให้ได้รสชาติที่แท้ของทุเรียนพันธุ์นมสด และ เจ ก็เป็นอีกหนึ่งในความน่าทึ่งที่ได้เจอในสวนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน เจไม่เพียงจะปอกทุเรียนให้ชิมแต่เขารู้จักทุเรียนแต่ละชนิดอย่างลึกซึ้ง ถามว่าเจเรียนเกษตรมาหรือก็ไม่ใช่ เจไม่ใช่ชาวสวน เจเกิดมาในครอบครัวชาวจีนทำธุรกิจกับครอบครัวอยู่ที่เยาวราชแต่หลงไหลในทุเรียนและมีลิ้นเพื่อการชิมทุเรียนและรู้จักทุเรียนอย่างดีและทุเรียนทุกลูกที่เราได้ชิมกันเจแนะนำชื่อสายพันธุ์อธิบายความพิเศษของแต่ละชนิดได้อย่างดี ก็ไม่ได้สอบถามว่าเจและคุณชาตรี เจ้าของสวนได้มาพบปะและได้มาเป็นเพื่อนมิตรสนิทกันได้อย่างไรหรือนานแค่ไหนแล้ว แต่คุณชาตรีบอกว่าตอนนี้ขอตั้งให้ “เจ คือ curator  ของสวนทุเรียนแห่งนี้” ( Curator หรือ ภัณฑารักษ์   ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์หรือนิทรรศการซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นอย่างดี เรามักได้ยินศัพท์คำ curator  ในเรื่องของงานศิลปะ)

ชายมังคุด

เจ โชว์ขนาดของชายมังคุดให้ดู แต่นี่ไม่ใช่ขนาดเต็มวัยเนื่องจากร้อนมากเลยเร่งสุก

แดงสาวน้อย

แดงสาวน้อย photo cr.Wasna Mamachick

เจบอกต่อว่า ถ้าก่อนที่จะกินทุเรียน หากเราจะดมกลิ่นก่อนแล้วค่อยกิน ตอนอยู่ในปากนี่ก็ค่อยละเมียดละมัยเคี้ยวและสัมผัสรสชาติไป ก็จะพบว่าแต่ละลูกนั้นมีกลิ่นและรสชาติที่เฉพาะตัวมากๆ และได้สัมผัสเนื้อของทุเรียนก็จะเป็นคนละแบบกัน และแล้วก็จริงดังว่า การมาสวนทุเรียนในครั้งนี้จะทำให้นี่การกินทุเรียนของเราไม่ธรรมดาอีกต่อไป ที่สำคัญเราก็พบว่า ไปๆมาๆ การชิมทุเรียนนั้นก็ต้องมีความละเมียดละไมไม่ต่างอะไรกับการชิมไวน์เลยทีเดียว นี่คือสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้หรือลองทำ

ทองสมพงศ์

ทองสมพงษ์

ในเหล่าบรรดาทุเรียนพันธุ์ต่างๆที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นนั้น แต่ละลูกล้วนมีรสชาติ สีและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งสิ้น อย่างเช่น ชะนี รสชาติหวานจัดหน่อยและมีเนื้อเนียนละเอียด ฟักข้าว มีรสชาติหวานมันกลิ่นไม่ต่อยฉุน ชายมังคุด มีรสชาติหวานมัน เนื้อหยาบแต่กลิ่นไม่ฉุน ทุเรียนนมสด มีรสชาติสมชื่อเพรามีรสชาติคล้ายนมสด อร่อยหอมหวาน มีลักษณะเนื้อทุเรียนเหมือนเนื้อครีมอีกด้วย และ ละอองฟ้าเป็นทุเรียนกลิ่นอ่อน เมื่อสุกงอมเนื้อจะยังคงความแข็งอยู่ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรับประทานทุเรียนแบบกลิ่นอ่อนๆเนื้อไม่เละ จากการชิมพบว่าละอองฟ้าความที่มีเนื้อที่ละเอียด หอม นุ่ม ของละอองฟ้านั้น หากเปรียบเป็นไวน์ เรียกได้ว่า “full body” เลยทีเดียว สำหรับทุเรียนพันธุ์ละอองฟ้า (ซึ่งที่มาของสวนละอองฟ้า)ได้มาจากการเพาะเมล็ด โดยนายชม โสวรรณตระกูล -หลังปี 2508 มีผู้สันนิษฐานว่าจากรูปทรงภายนอกและเนื้อภายใน ละอองฟ้าน่าจะเกิดจากการผสมพันธุ์โดยธรรมชาติระหว่างพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ก้านยาว พันธุ์ทองแดง เกิดเป็นพันธุ์หมอนละอองฟ้า หรือละอองฟ้าขึ้น ในขณะที่ทองสมพงษ์ ซึ่งเป็นพันธุ์หายากตั้งชื่อตามคนที่เพาะเมล็ดเช่นกัน ตอนนี้ก็มีอยู่แค่ 2  ต้นในสวนและเชื่อว่าไม่มีที่สวนไหนอีกและที่นี่ปีนี้ก็เพิ่งออกมา 4  ลูกแรก ใครได้ชิมก็นับว่าเป็นบุญปากแท้ๆ สีสันของทองสมพงษ์นั้นจะมีสีเข้มคือออกเป็นสีทอง เนื้อหนานุ่มและรสชาติหวานๆมันๆ

ละอองฟ้า

ละอองฟ้า

ส่วนความน่าทึ่งหรือพิเศษสุดๆของสวนแห่งนี้ก็คือคุณชาตรี ที่ชื่อเต็มๆเขาคือชาตรี โสวรรณตระกูล จากนักเรียนช่างศิลป์มาสู่ความทำงานศิลปะเป็นศิลปินช่างเขียนภาพที่ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนั้นจะผกผันมาทำสวนทุเรียนไปได้และเมื่อเข้ามาทำแล้วเขากลับค้นพบบางเรื่องราวความไปไปในในชีวิตและการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง

การเข้ามาทำสวนแห่งนี้เริ่มต้นที่เขาได้รับมรดกมาจากพ่อของเขาคือคุณชม โสวรรณตระกูลมาประมาณ 30 ไร่  พร้อมกับทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองต่างๆที่พ่อได้นำมาปลูกไว้หลายสิบชนิด ตอนเขาเข้ามาเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องอยู่กับธรรมชาติก็รู้สึกไม่อยากฆ่าสัตว์ เขาอยากให้ทุกอย่างอยู่ด้วยการพึ่งพิงและอาศัยกันไปตามธรรมชาติ ดังนั้น จึงทำให้เกิดสวนที่มีความพิเศษคือเป็นการปลูกทุเรียนแบบไม่ใช้ปุ๋ย แต่เป็นการปลูกเชิงนิเวศน์ ปลูกโดยปลอดสารพิษ และปล่อยให้ออกผลผลิตตามธรรมชาติ ต่างจากอีกหลายสวนที่กำหนดวันเวลาของผลผลิตตามที่ท้องตลาดต้องการ และใช้สารเคมีจำนวนมาก นอกจากนี้ยังปลูกสลับแถวกับต้นไผ่สูงละลิ่วล้อมรอบสองข้างทาง ต้นกล้วย เงาะ สับปะรด จนเห็นความยิ่งใหญ่ของสวนทุเรียนหลากหลายต้นสูงต่ำสลับกันไป  ชาตรีเคยถูกคัดค้านจากคนแวดล้อมเพราะว่าการปลูกโดยไม่ใช้ปุ๋ยนั้นมันไม่ค่อยทำรายได้ในเชิงเศรษฐกิจแต่เขาไม่ยอมเปลี่ยนและยังเชื่อมั่นในวิธีการปลูกโดยการให้ธรรมชาติอยู่ด้วยกันและเขาอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตรเช่นนี้ แม้ในช่วงเริ่มต้นสวนจะไม่ทำรายได้ก็ตาม

ต้นทุเรียน

สูงสุดสอยโตตามธรรมชาติ

“หาเงินมาทำงาน ไม่ได้ทำงานหาเงิน” ชาตรี โสวรรณตระกูล เจ้าของสวนทุเรียนละอองฟ้า กล่าวว่านี่คือคำพูดที่พ่อเขาเคยพูดและเขาไม่เคยเข้าใจ จนกระทั่งหลายๆปีต่อๆมา หลังจากที่พ่อเสียชีวิตลงและเขาได้รับมรดกเป็นสวนทุเรียน ศิลปินอย่างเขาที่ เรียนจบช่างศิลป์มา ยังไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับทุเรียน วันหนึ่งจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับสวนทุเรียน ที่มีมากกว่า 50 สายพันธุ์ และเขาก็รักมันทุกต้น ได้ผสมผสานชีวิตตัวเองเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน และเขาได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ การเข้ามาอยู่ในสวนนี้ ทำให้ค้นพบว่า การมาเป็นมนุษย์นั้น เรามาเพื่อทำภารกิจบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสวนทุเรียนนี้ ก็เหมือนงานศิลปะแบบ installation  คือวางให้ถูกที่ถูกทาง”
และนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เขาก็อยู่ร่วมกับธรรมชาติและทุเรียนมาร่วม 20  ปีแล้ว มีเรื่องราวมากมายที่จะพูดถึงระหว่างเขากับทุเรียนและสวนแห่งนี้ที่ซึ่งทำให้เขาเชื่อมั่นว่า ภารกิจของเขาคือการทำทุเรียนให้เป็นที่รู้จักและทุเรียนไม่ใช่แค่ผลไม้ธรรมดาชนิดหนึ่งแต่ “ทุเรียนคือวัฒนธรรม” ชาตรีกล่าว

สุทธิดา มะลิแก้ว
23/05/2016

Image | This entry was posted in general interest, lifestyle and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s