ว่างนักก็หาเวลาพักตับไตไส้พุง

โดย สุทธิดา มะลิแก้ว

ิิby Sutthida M.

ิิby Sutthida M. 

 

มีพี่คนหนึ่งโพสต์ในเฟซบุ้คว่า “งดอาหาร 10 วันรู้สึกเบา สะอาด สงบ ดีใจที่เอาชนะตัวเองได้”  ฉันอ่านแล้วก็รู้สึกว่าอยากรู้ว่าเขาทำได้อย่างไรและประจวบเหมาะกับเมื่อวันหยุดตั้งแต่ก่อนสงกรานต์จนถึงหลังสงกรานต์ที่ผ่านมา ฉันมีแต่ปาร์ตี้และสังสรรค์กินดื่มเยอะเหลือเกิน วันหยุดของเรากลายเป็นวันที่ตับ ไต ไส้ พุง กระเพาะอาหารของเราต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงคิดว่าหลังจากนี้น่าจะมีการทำความสะอาดร่างกายภายในให้กระเพาะ ลำไส้ได้ว่างเว้นจากการทำงานบ้างก็น่าจะดี เมื่อมาเจอโพสต์นี้ก็รู้สึกสนใจและทึ่งว่าการงดอาหารถึง 10วันทำได้อย่างไร เมื่ออ่านในช่องแสดงความเห็น (comment) ก็เจอที่พี่เขาตอบไว้ก็เลยคิดว่าเอาละฉันจะเริ่มปฏิบัติการนี้โดยพลันแต่ฉันขอแค่3วันก็น่าจะเท่สุดๆแล้ว

บอกตามตรงหรือพูดแบบวัยรุ่นว่า”บ่องตง”ฉันเป็นที่ค่อยข้างจะไม่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพมากนัก เช่น เป็นคนที่นอนดึกมาก กินอาหารไม่ตรงเวลา ชอบกินเนื้อสัตว์มากๆแถมด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่เนืองๆและยังไม่ค่อยออกกำลังมากนัก แต่ก็เป็นคนที่โชคดีมากๆที่ว่าสุขภาพดีมากไม่เคยต้องเจ็บป่วยถึงขั้นต้องถึงมือหมอเลยอย่างดีแค่ซื้อยามากินก็หาย ดังนั้น พุทธสุภาษิตที่ว่า “อโรคยาปรมาลาภา”ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐนั้นถือว่าเป็นเรื่องจริงเอามากๆ แต่ฉันก็เชื่อว่าสุขภาพดีนั้นส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรมหรืออาจเรียกว่าเป็นบุญเก่าหรือกรรมเก่า แต่อีกส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการกินอาหารที่สมดุล

เรื่องการกินให้สมดุลนั้นอันที่จริงต่อให้เราไม่ได้เปิดตำราใดๆมากมาย หากเราสังเกตตัวเองดูดีๆบางที่มันมีเสียงเรียกร้องของร่างกายในยามที่ร่างกายขาดบางสิ่งบางอย่างไปแต่บางครั้งร่างกายมันก็จะบอกเราเองว่าเราต้องการอะไร แต่ปัญหาคือคนเรามักทำตามใจตัวเองแม้รู้ว่าบางอย่างอาจจะเกินความต้องการของร่างกายเราไปแล้วแต่เราก็จะยังคงบริโภคมากเกินความจำเป็นหรือ overconsume กันบ่อยๆอันนำมาสู่โรคาพยาธิทั้งปวง แต่ย้อนกลับมาดูที่ตัวเองแม้ว่าฉันจะไม่ค่อยดูแลสุขภาพมากมายแต่ข้อดีส่วนหนึ่งที่มีคือ ฉันไม่สูบบุหรี่ ไม่กินของหวาน ไม่ดื่มกาแฟและฉันดื่มน้ำอัดลมน้อยมากถึงมากที่สุดหรือบางปีอาจไม่ดื่มเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยหรือเป็นโรคที่จะเกิดจากสิ่งเหล่านี้จึงมีน้อย  

แต่ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ค่อยจะดูแลสุขภาพสักเท่าไรแต่ฉันก็ชอบจะทดลองอะไรๆที่ดีกับร่างกายและจิตใจอยู่ไม่น้อย เช่น  ก่อนหน้านั้นเคยได้ยินเรื่อง “จัดกระดูก” ฉันก็ไปลองดูแล้ว ร้องโอดโอยมาแล้วด้วยความเจ็บแต่หลังจาก โอดโอยก็พบว่ามันก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ รู้สึกตัวมันเบาสบายดี  ดังนั้นเมื่อเห็นโพสต์นี้เข้าฉันก็เลยประกาศไปหน้าเฟซบุ้คว่าฉันจะทดลองล้างพิษด้วยตัวเองโดยการอดอาหารเป็นเวลาสามวันโดยใช้สูตรที่พี่เขาโพสต์เอาไว้แต่มาย่นระยะเวลาลงให้เหลือ 3  วัน แต่พอทำจริง ฉันก็คิดใหม่ว่า ฉันมาประยุกต์ให้มันเป็นคอร์สแบบตัวเองดีกว่าจะเป็น 5 วัน ดังนี้

วันที่ 1    เริ่มต้นด้วยการดื่มน้ำเพียงอย่างเดียวทั้งวันโดยไม่ทานอะไรเลย
วันแรกนี่เองที่ทรมานที่สุดเพราะเราจะต้องฝืนต่อสู้กับความหิวที่เราไม่เคยชิน ในเบื้องต้นการจิบน้ำนั้นช่วยให้หายหิวได้ แล้วพอดีว่าพี่ที่ทำมาก่อนได้เตือนแล้วว่าหากเกิดอาหารมึนๆหัวให้เอาลูกอมมาอมได้หรือกินน้ำผึ้งเข้าไปสักช้อนเพราะนั่นคืออาการของการขาดน้ำตาล ดังนั้นเมื่อฉันรู้แล้วว่านี่เป็นการขาดน้ำตาลฉันเลยติดว่าคิดว่าน่าจะเป็นอะไรก็ได้ที่ให้ความหวานแต่ไม่ใช่ขนม ดังนั้นแทนที่จะอมลูกอมฉันจึงใช้บริการหมากฝรั่งเพราะว่าได้ทั้งน้ำตาลและได้เคี้ยวทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ามีการกินเกิดขึ้น(หลอกตัวเองตามหลักจิตวิทยา-ฮา)

สรุปผลจากวันที่1 การดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวอาจรู้สึกหิวบ้างแต่ก็จิบน้ำไปมีบางช่วงโดยเฉพาะบ่ายๆมีอาการมึนๆหัวนิดหน่อยก็เคี้ยวหมากฝรั่งไปที่ทำให้ทั้งคลายความมึนและคลายหิว ในวันที่หนึ่งนั้นฉันผ่านไปได้ด้วยน้ำ 2 ลิตรและหมากฝรั่ง 4 ก้อน เมื่อตื่นมาตอนเช้าก็พบว่าร่างกายเบาสบาย  ว้าว! ผ่านวันแรกไปได้แล้ว เย้!

แต่การอดหารหนึ่งวันแรกนี้ทำให้ฉันเกิดการตระหนักรู้อย่างหนึ่งว่าอันที่จริงความหิวนั้นเมื่อเราเพียงเติมอะไรเข้าไปนิดหน่อย เช่นตอนที่เคี้ยวหมากฝรั่งก็รู้สึกว่ามันประทังความหิวได้แล้วหรือจิบน้ำก็ประทังความหิวได้แล้ว แสดงว่าอันที่จริงคนเราไม่ต้องบริโภคมากก็ได้ถ้าเอาแค่อิ่มแต่ที่กินเยอะนั้นก็อยู่ที่ความอยากล้วนๆ ตัวอย่าง

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่หนึ่งคือเมื่อผ่านช่วงเวลาหิวไปได้แล้วปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในใจอยู่คือคิดถึงก๋วยเตี๋ยวบ้าง ไก่ย่าง ส้มตำบ้างและอื่นๆอีกสารพัดยังอดคิดไม่ได้ว่าจะอดไปทำไมว้า(ลากเสียงยาว)แต่ไม่กินก็อยู่ได้ ในคืนวันแรกนั้นฉันก็ดูซี่รี่ย์กว่าจะได้นอนก็ตี 1หมายถึงว่าทำตัวเหมือนวันที่กินอาหารปกติก็ปรากฎว่าไม่ได้หิวโหยแต่อย่างใดและตื่นมาก็ไม่ได้หิว สรุปว่าอันที่จริงแล้วความอยากนั้นน่ากลัวกว่าความหิวนัก

วันที่ 2:  ดื่มน้ำที่มีส่วนผสมดังต่อไปนี้ แอปเปิ้ลไซเดอร์ (apple cider 2)ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ และมะนาว 2 ลูก(หน้านี้มะนาวลูกเล็กอาจต้องใส่ 3-4 ลูก คำนวณเอาเอง)ผสมกับน้ำ 1 ลิตรจิบไปทั้งวัน (สูตรนี้จะใช้ไปตลอด 3 วันถ้าใครจะทำ7วันหรือ10วันก็เช่นกันสูตรเดิมเพียงแต่ถ้าจะทำ10วันก็ดื่มน้ำน้ำเปล่าใน2วันแรก)

จากวันแรกที่ดื่มน้ำเปล่าท้องโล่งและมีความหิวเข้าแทรกเป็นระยะตามที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วพร้อมแก้ไขอาการมึนๆด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งเติมน้ำตาลให้ร่างกายพร้อมทั้งทำให้ดบกิเลศเรื่องความอยากไปแล้วไป ในวันที่สองพอดื่มตามสูตรนี้ก็พบว่าการจิบน้ำตามสูตรก็ทำให้รู้สึกสดชื่นชุ่มคออาการมึนๆมีน้อยลงและอาการหิวเข้ามาแทรกเป็นระยะๆแต่ความอยากนี่สิเข้ามามากเหลือเกินนี้คือสิ่งที่ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ฉันพยายามเบี่ยงเบนประเด็นด้วยการดูซี่รี่ย์เกาหลีสนุกๆแต่พบว่ามันมีหลายฉากเหลือเกินที่มีการไปนั่งร้านอาหารมีฉากกินสเต็กแล้วดื่มไวน์หรือไก่ทอดกับเบียร์เย็นๆโอ้ว! พระเจ้ามันช่างน่ากินอะไรเช่นนี้

ในขณะเดียวกันส่วนตัวก็นึกถึงคั่วกลิ้งอาหารโปรดที่พี่สาวทำมาให้ตอนนี้อยู่ในช่องแช่แข็งเอาไว้รอวันจัดการและยังมีอาหารหลายอย่างที่แช่เอาไว้ก่อนหน้านั้น ช่วงนี้สิ่งที่ทำได้คือยับยั้งช่างใจห้ามเปิดตู้เย็นเด็ดขาดและแล้วฉันก็พบว่า โอ! นี่เป็นการฝึกจิตชนิดหนึ่งทีเดียวห้ามวอกแวกเด็ดขาดฉันผ่านความยากลำบากนี้โดยได้นำเอาหลักการวิปัสสนามาใช้คือตามดูธรรมชาติที่กายและใจ คือเราต้องรู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับเราอยู่ในยามอยากฉันก็กำหนดในใจว่าอยากหนอ อยากหนอไปแล้วส่วนหากก็กำหนดหิวก็หิวหนอแล้วจิบน้ำที่ผสมไว้นอกจากนั้นเราต้องยึดมั่นว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แม้อยาก(กิน)ก็ให้รู้ว่า’อยาก’แต่เราก็จะไม่ไปกินเพราะว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงปฏิบัติการงดอาหารอยู่และที่สำคัญคือเราไม่ได้หิวเราแค่อยาก ดังนั้นหลังจากกำหนด อยากหนอ อยากหนอ แล้วก็หันมาทำอย่างอื่นการจิบเฉพาะน้ำตามสุตรที่ปรุงนี้เมื่อวานฉันเริ่มตอน 8 โมงครึ่งและหมดไปตอน6โมงเย็นต่อจากนั้นก็จิบน้ำเปล่าไปเรื่อยๆในช่วงกลางคืนก็พบว่าร่างกายเป็นปกติดีไม่อ่อนเพลียตื่นมาก็ไม่มีอาการหิวโหยใดๆและจากการใช้วิธีกำหนดจิตนี้มันยิ่งทำให้เรายิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นว่าความหิวกับความอยากนั้นเป็นคนละเรื่องกัน”แต่มีคนจำนวนมากที่จะเลือกกินอาหารตามความอยากมากกว่าความหิว

บทเรียนที่ได้ในวันนี้ก็คือพบว่าการทำแบบนี้อันนี้จริงมันไม่ได้ล้างพิษเพียงกายแต่เราสามารถล้างพิษในใจได้ในเวลาเดียวกันเพราะอย่างน้อยมันก็สอนให้เราเรียนรู้ที่จะระงับความอยากและการที่ไม่ต้องออกไปวุ่นวายกับภายนอกรวมทั้งไม่ต้องกังวลกับเรื่องว่าจะต้องกินอะไรดี ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เกิดความรู้สึกสุข สงบอย่างประหลาด อีกทั้งมันเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้ปฏิบัติศีลห้าได้อย่างสมบูรณ์เพราะไม่ได้ต้องไปเบียดเบียนไม่ว่าจะสัตว์หรือคนและไม่มีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย

วันที่ 3: วันนี้ก็ใช้สูตรเดิมคือแอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำผึ้ง มะนาวและน้ำ
สำหรับสถานการณ์ในวันนี้พบว่า การจิบน้ำที่ผสมดังว่าไปเรื่อยทำให้ร่างกายไม่ได้หิวโหยแต่ประการใดและไม่ต้องพึ่งงพาการเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อแก้อาการขาดน้ำตาลแล้วแต่ก็เคี้ยวไปหนึ่งเม็ดตามความเคยชินเพื่อให้ปากได้เคี้ยวอะไรนิดหน่อยแต่วันนี้ไม่เหมือนกับวันแรกหมดไปถึง 4 เม็ด และน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ++ ที่ในวันแรก กินไป 1 ลิตร ตามสูตร และในตอนกลางคืนก็ดื่มน้ำ แต่ในวันที่ 3 นี้ดูเหมือนว่าอากาศร้อนมากก็กระหายเป็นพิเศษน้ำที่ผสมไว้เลยหมดเร็วก็เลยทำเพิ่มอีก 1 ลิตร วันนี้จึงเป็นการดื่มไปถึงสองลิตรและดื่มน้ำเปล่าหมดไปเพียงครึ่งลิตรเท่านั้น 

บทเรียนจากวันที่ 3 :ถ้าคนเราไม่ต้องพะวักพ-วงว่าวันนี้จะกินอะไรหรือการลดการกินอาหารจะทำให้เรามีเวลาเหลือให้ทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ ลองคำนวณเวลาดูเล่นๆสิว่าวันหนึ่งๆ คุณเสียเวลาไปกับการกินกี่เปอร์เซ็นต์ของวัน (นับตั้งแต่เริ่มเตรียมอาหาร สำหรับผู้ที่ทำอาหารเอง หรือนับตั้งแต่เดินทางไปร้านอาหารสำหรับคนที่ไปกินที่ร้าน)

วันที่ 4: โอ้ ฉันไม่ได้กินอาหารมาถึง 3 วันแล้วหรือนี่
นั่นเป็นความรู้สึกเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกไม่น่าเชื่อว่าจะข่มใจได้ขนาดนี้ ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะลองแค่ 3 วัน แต่เนื่องจากวันแรกก็เป็นแค่น้ำเปล่าอย่างเดียว เพิ่งลองดื่มตามสูตร (ไปดูสูตรจาก Day 2) ไป 2วัน ก็เลยคิดว่าน่าจะต่ออีกวัน และคิดเสียว่ามันคือคอร์ส 5 วัน คือ ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว 1 วัน (ในวันแรก) ตามด้วยน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ +มะนาว+น้ำผึ้ง+น้ำ 3 วัน และ สุดท้ายก่อนจะเข้าสู่การรับประทานอาหารตามปกติ ก็ กินผลไม้อย่างเดียวไป 1 วัน เป็นอันจบคอร์ส ส่วนสถานการณ์วันนี้ก็ปกติรู้สึกว่าชินแล้วก็อยู่ได้อย่างสบายๆ ทำงานได้ตามปกติ

วันที่ 5: วันนี้แหละที่จะได้กินอะไรเสียที
แต่เดี๋ยวก่อนไม่ใช่ว่าจะจัดเต็มนะเพราะเราไม่ได้กินอะไรมาตั้ง 4  วัน ดังนั้นวันนี้ควรเริ่มต้นด้วยผลไม้ไปก่อน แบบเบาๆนะ ไม่ใช่เล่นทุเรียน ขนุนกันเลยทีเดียว ฉันเตรียมกล้วยหอม เมล่อน และ เบบี้แคร็อทเอาไว้ ดังนั้นวันนี้ มื้อเช้าของฉันคือกล้วยหอมหนึ่งลูก สายๆก็ไปหยิบเมล่อนมากินเสียหน่อย เมล่อนแช่เย็นในวันที่อากาศร้อนๆ กัดเข้าไปคำแรก โอ้ ช่างชื่นใจเป็นที่สุด และแล้วก็ใช้ชีวิตไปตามปกติเหมือนเดิม มื้อกลางวันก็เป็นกล้วยหอมอีกลูกหนึ่ง ช่วงบ่ายๆมีอาหารว่างเป็นเบบี้แคร็อท  และเมื่อหิวอีกนิกหน่อยก็กินเมล่อน ก็ผ่านวันนี้ไปได้ด้วยดีและมีความสุข

จริงๆแล้วการอดอาหารแบบนี้มันไม่ได้เป็นเหมือนการล้างพิษแบบหนักๆ ที่ล้างไส้ล้างตับ อย่างที่ขับถ่ายถึงขั้นเห็นขี้อ่อนขี้แก่กันนะ เพราะ เดิมฉันเป็นคนที่ระบบขับถ่ายดีอยู่แล้ว แต่ในช่วงงดอาหารนั้นฉันถ่ายในวันแรกเพียงวันเดียวคือหลังจากดื่มน้ำเปล่าไปเต็มๆวันเข้าใจว่าคงเป็นของเก่าคงค้างมา แต่หลังจากนั้นในช่วงที่ฉันไม่ได้กินอาหารเลยในสามวันต่อมานั้นฉันไม่ถ่ายอีกเลยและไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายในท้องก็รู้สึกโล่งคิดว่ามันคงไม่มีอะไรจริง และในวันที่ห้า หลังจากที่ทานกล้วยไปหนึ่งลูกตอนเช้าอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาฉันก็ถ่ายทันที และนี่คือระบบปกติของร่างกายของฉัน

เมื่อไม่ได้ล้างพิษได้ขนาดนั้นแล้วเราได้อะไรจากการทำแบบนี้ ผลโดยตรงของมันคือการทำให้ตับไตไส้พุงได้พัก กระเพราะไม่ต้องทำงานหนัก ดังนั้นสักปีละครั้งหากคุณลาพักร้อนแล้วไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนแนะนำว่านี่เป็นการพักร้อนที่ดีที่สุดอีกแบบหนึ่งที่คุณจะได้พักกายไปพร้อมๆกับการพักตับไตไส้พุงไม่ให้ทำงานงานหนัก นอกจากนั้นการอดอาหารมันก็เหมือนกับการได้อยู่กับตัวเองได้ทบทวนชีวิตในหลายๆด้านเช่นกัน ถือเป็นชำระล้างกายและใจไปในเวลาเดียวกัน ฉันพบว่าช่วงที่งดอาหารนี้แม้จะมีความยากลำบากอยู่บ้างแต่เมื่อเราผ่านวันที่หนึ่งไปได้วันต่อไปก็เริ่มสบายๆและกลับมีความรู้สึกเป็นสุข สงบ อย่างบอกไม่ถูก ในช่วงของการอดอาหารนี้ก็ได้เป็นการฝึกจิตรวมและเป็นช่วงของการชำระจิตใจไปด้วยในตัว

ส่วนผลพลอยได้จากการอดอาการ  มีหลายคนมาถามว่าทำอย่างนี้แล้วลดความอ้วนได้มั้ย อันที่จริงคนเราอดอาหารน้ำหนักก็ย่อมลดเป็นธรรมดามากน้อยแตกต่างกันไปตามสรีระของแต่ละคน แต่เมื่อมีคนอยากรู้ก็เลยไปช่างน้ำหนักดูผลของการอดอาหาร 4วัน + 1 วันที่กินผลไม้ น้ำหนักตัวลดลงไป 2 กิโลฯเศษๆ แต่ตรงนี้ก็อย่าไปหวังอะไรมาก เพราะ เมื่อเรากลับไปใช้ชีวิตปกติหากไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการกินแบบเดิมน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน ดังนั้นหากจะคงน้ำหนักที่ลดไปให้ได้ก็คงจะต้องออกกำลังกาย ลดแป้ง หรือ สารพัดสูตรdiet กันต่อไปแล้วแต่สูตรใครสูตรมันก็แล้วกัน ส่วนฉันเองเนื่องจากความโล่งสบายท้องที่เกิดจากงดอาหารในครั้งนี้ก็เลยตั้งใจเอาไว้ว่าต่อไปนี้จะคิดแป้งสักอาทิตย์ละไม่เกิน 2 วัน และ ถ้าเป็นไปได้จะงดอาหาร(โดยดื่มเฉพาะน้ำเปล่า) อาทิตย์ละวัน ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้แค่ไหนแต่นี่คือปณิธานให้ไว้กับตัว

และนี่คือปฏิบัติการพักผ่อนตับไตไส้พุงที่ฉันได้ทดลองทำเป็นเวลา 5  วัน ไม่มีผลข้างเคียงใดๆใครจะไปทำตามก็ได้เพราะฉันเองก็ได้สูตรจากคนอื่นมาเหมือนกันแต่อยากแบ่งปันให้ผุ้อ่านจากประสบการณ์ตรงจึงได้ทดลองทำดู

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกายและจิตดีกันถ้วนหน้า

This entry was posted in lifestyle and tagged , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s