ชาวนากับปูและหลวงปู่ผู้มุ่งมั่น

เรื่องและภาพโดย สุทธิดา มะลิแก้ว

evening Chanting at Chaeng Wattana Stage  photo by S. Malikaew

evening Chanting at Chaeng Wattana Stage
photo by S. Malikaew

“เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ

เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน

ข้าวนี้นะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน

เบื้องหลังสิทุกทน และขมขื่นจนเคี้ยวคาว” ฯ

เพลงเปิบข้าวที่จิตร ภูมิศักดิ์ ได้แต่งเอาไว้เมื่อนานมาแล้วดังขึ้นในใจฉันอีกแล้วในสถานการณ์ของบ้านเมืองในยามนี้  แม้บัดนี้เขาไม่มีชีวิตอยู่แล้วแต่เพลงนี้ ฉันยังจำได้ขึ้นใจ ฉันรู้จักเพลงนี้มาเกือบ 30 ปีมาแล้วและซาบซึ้งมากในสมัยที่ไปออกค่ายอาสาพัฒนาในครั้งแรกในสมัยที่เป็นนักศึกษาที่ภาคอีสาน เห็นความทุกข์ยากของชาวนาที่นั่นแล้ว เนื้อเพลงมันช่างตรงเหลือเกินกับชีวิตจริง ในทุกๆวรรค ทุกคำมันใช่จริงๆ  นับแต่ตอนนั้นฉันก็เฝ้าหวังมาตลอดว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนกินข้าวเป็นอาหารหลักและ ข้าวก็เป็นสินค้าส่งออก ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งข้าวสูงสุดของโลก สักวันหนึ่งเราคงจะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาไทยที่ดีขึ้นที่ไม่ต้องขมขื่นจากการถูกรีดนาทาเร้น การเอาเปรียบต่างๆนานา ทว่า ถึงวันนี้ภาพที่ปรารถนาก็ยังหาดูได้ยากยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ก็ยิ่งรับรู้ถึงความทุกข์ระทมของชาวนาเพิ่มขึ้นไปอีก

เมื่อวันเสาร์ที่  8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ฉันมีโอกาสไปเวทีการชุมนุมที่แจ้งวัฒนะที่นำโดยหลวงปู่พุทธอิสระ ด้วยความสงสัยว่า เหตุไฉนถึงยังคงอยู่ที่นั่น ในเมื่อมีคนความพยายามที่จะสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นทุกวัน  ในวันศุกร์หรือหนึ่งวันก่อนที่ฉันจะไปก็มีการยิง  M 79  เข้าไป ฉันก็หวังว่าวันนี้ไม่น่าจะมีอะไร ยิงแล้วก็คงไม่ยิงซ้ำหรอกนะ ฉันเดินเข้าไปประมาณ เลย 6  โมงเย็นเล็กน้อย เดินเข้าไปพบว่าเป็นช่วงสวดมนต์ทำวัตรเย็น นำโดยหลวงปู่พุทธอิสระ ตอนที่เสียงจากไมโครโฟนจากท่านไม่ดังหรือตอนที่ท่านหยุด ฉันได้ยินเสียงประชาชนสวดมนต์กันอย่างพร้อมเพรียง ฉันรู้สึกถึงขนลุก รู้สึกถึงพลังบางอย่างได้ แต่ในความทรงพลังนี้สัมผัสได้ถึงความสงบและสันติในใจ ฉันเดินผ่านผู้คนที่กำลังนั่งสวดมนต์เข้าไปเพื่อจะหาที่นั่ง  ค่อนข้างเกรงใจเพราะดูเหมือนผู้คนกำลังสวดมนต์กันอย่างตั้งใจมาก

ในขณะเดียวกัน วันนี้เป็นวันที่สองที่ชาวนาเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯเพื่อทวงถามเงินค่าจำนำข้าว หะแรกฉันจะไปหาชาวนาที่ปักหลักพักค้างอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์เพื่อไปดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างเพื่อว่าสามารถจะช่วยอะไรได้บ้างแต่ติดขัดบางอย่างเลยต้องมาในเวทีนี้  แต่การมาที่นี่ก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวังเพราะว่าหลังจากที่หลวงปู่เทศน์เสร็จแล้วก็มีชาวนามาขึ้นเวทีด้วยก็ถือเป็นโอกาสที่จะได้ฟังเสียงจากชาวนาโดยตรง ชาวนขึ้นมายินอยู่ประมาณสิงคน คนแรกเป็นผู้ชาย ขึ้นมาทั้งที่มีไม้ค้ำช่วยเดินเนื่องจากอุบัติเหตุ แต่เขาก็ตั้งใจมาเพื่อบอกเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้คนได้รับรู้ คนที่สองเป็นผู้หญิงมาจากอยุธยาบอกว่าเป็นแกนนำชาวนา เธอพูดจาได้ฮึกเหิมยิ่งมีความตอนหนึ่งเธอบอกว่า “ ตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนกันมาก ชาวนาอยุธยาส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อแดง แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะแดงหรือไม่แดงก็ไม่มีจะแดกเท่ากัน”  เธอยืนยันว่าจะกลับไปรวมกลุ่มชาวนามาทวงเงินคืนให้ได้

ชาวนาอีกคนเป็นหญิงมาจากนครสวรรค์พูดได้ไม่กี่คำ น้ำตาเธอก็ไหลออกมา “ ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เงินก็ไม่ได้ลูกต้องไปผ่าตัดสมอง ไม่มีเงินจะจ่าย สามีก็ต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ชีวิตฉันลำบากมาก จะกินต่อวันก็ไม่มี….”. เธอพูดไปน้ำตาไหลไป ผู้ฟังหลายคนก็น้ำตาไหลตาม” ผู้ดำเนินรายการก็กลั้นน้ำตาแล้วพูดกับมวลชนว่า “ยิ่งลักษณ์ ทำไมคุณอำมหิต คุณเห็นไหมคุณทำอะไรกับเขา”  ระหว่างนี้ฉันหวนคิดถึงเพลงเปิบข้าวขึ้นมาอีกว่า *จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว  จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกยากลำบากเข็ญ เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน”  คนในรัฐบาลจะรู้สึกอะไรกันบ้างไหมหนอเวลาที่กินข้าว

I have nothing left. I don't know what to do: a farmer from Nakorn Sawan .  Photo by S. Malikaew

I have nothing left. I don’t know what to do: a farmer from Nakorn Sawan .
Photo by S. Malikaew

ถึงตอนนั้นมีคนที่นั่งฟังอยู่ก็ลุกขึ้นมาเอาเงินให้เธอ  และมีคนอื่นๆก็ลุกขึ้นตามมาเรื่อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอคนนั้น  และแล้ว ยังไม่ทันที่กลุ่มชาวนาจะลงจากเวทีก็มีเสียงบึ้ม! ดังขึ้น  เอาแล้ว! เมื่อคืนก็เพิ่งระเบิดไปนะ แต่ผู้คนก็ยังนิ่งเฉย และอยู่กับเวทีปราศรัยต่อไป  ต่อมาก็พบว่าเป็นการยิง  M79  เข้ามา เป้าหมายคือหลวงปู่ฯ  เพราะมีคนบอกว่า จุดนั้นจะใกล้กับบริเวณที่หลวงปู่จำวัด “โหดแท้ๆ นี่จะสังหารพระกันเลยเชียวหรือ .. เวรกรรมแท้ๆ”  และวันนั้นก็มีคนบาดเจ็บ 2  คนโดย คนหนึ่งค่อนข้างสาหัส เดชะบุญที่เวทีอยู่ใกล้โรงพยาบาล ช่วงดึกๆนายแพทย์จากโรงพยาบาลที่ทำการรักษาก็มาโพสต์ในเฟสบุ้คว่า ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บปลอดภัยแล้วส่วนที่สาหัสก็ปลอดภัยแต่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียู

กลับมาที่เวที  หลังจากเสียงระเบิดผ่านพ้นไปแล้วผู้คนที่อยู่ในเต็นท์นั่งฟังปราศรัยก็เหมือนไม่สะทกสะท้านใดๆ  แล้วก็มีนักร้องขึ้นมาร้องเพลงก็คึกคักกันไป และตอนหรั่ง ร็อคเคสตร้าขึ้นมาก็เต้นกันกระจาย ราวกับอยู่ในคอนเสิร์ตหรือปาร์ตี้ใหญ่ที่ไม่เคยมีเหตุการณ์ร้ายใดๆมาก่อน

ในระหว่างที่ฉันนั่งฟังเพลงสลับการปราศรัยไปเรื่อยๆอยู่นั้นก็เจอกับรุ่นพี่คนที่ได้เข้าไปเยี่ยมชาวนามาตั้งแต่เมื่อวันแรกหรือทันทีที่มีชาวนาเข้ามาพักค้างที่กระทรวงพาณิชย์ เธอได้ซื้อหาข้าวของที่จำเป็นและเอาเงินไปช่วยเผื่อชาวนาจำเป็นจะได้อะไรอีกและได้พูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบกับชาวนา เมื่อได้คุยกันและพูดถึงเรื่องการฟ้องร้องนายกฯและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีที่รัฐบาลโกงเงินจำนำข้าวของชาวนา มีชาวนาบางคนกลับบอกว่า “อย่าฟ้องเลย ไม่อยากฟ้อง สงสารคุณยิ่งลักษณ์ กลัวยิ่งลักษณ์ติดคุก”  อึ้งนะ นี่ไงล่ะน้ำใจชาวนา ฉันได้ยินแล้วมันเศร้ายิ่งกว่าตอนชาวนาบอกว่าไม่มีอะไรจะกินเสียอีกนะ โถ.. เขาโกงคุณจนสิ้นเนื้อประดาตัวแต่คุณก็ยังมีแก่ใจคิดสงสารเขา ชาวนาไม่มีประสงค์ร้ายใดๆต่อรัฐบาลที่กำลังโกงเงินจำนำข้าวเจาเลย เขามาเพื่อทวงถามเพราะเดือดร้อนจริงๆและไม่หวังจะให้คุณยิ่งลักษณ์เดือดร้อนเลยด้วยซ้ำ  ถ้าคุณยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหลายได้ยินเขาซาบซึ้งใจไหมหนอ   โอ..นี่มันดราม่าชัดๆ

Rung Rockestra

Rung Rockestra

เห็นเรื่องที่ชาวนาถูกโกงโดยรัฐบาลปูแล้วก็นึกถึงวิถีธรรมชาติที่ว่า ปูมันมักจะไปกินข้าวชาวนาสร้างความเสียหายให้แก่ชาวนาเหมือนกันแต่ว่าปูนานั้น ชาวนายังสามารถจับเอามาทำปูดองไว้ใส่ส้มตำก็ได้ แต่ปู ยิ่งลักษณ์ที่กำลังทำลายข้าวชาวนาอยู่นี้ ชาวนาจะจัดการอย่างไรดี เพราะตอนนี้ชาวนาทุกข์ยากถึงกับต้องออกจากบ้านมาทวงถึงกรุงเทพฯแล้วแต่ก็ยังไม่ได้เจอปูเลยสักตัว เอ้ย ! สักครั้ง

ที่กรุงเทพฯ หลวงปู่บอกกับชาวนาว่า ถ้าอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ลำบากอย่างไรก็ให้ชาวนามาอยู่ด้วยกัน แล้วบอกญาติโยมทั้งหลายว่าเราจะช่วยชาวนากันในทุกทางและ เวทีนี้จะยังอยู่จะไม่ไปไหน หลวงปู่ยืนยันว่าจะสู้ตรงนี้ สู้ที่นี่แหละ  แม้จะมาฆ่าให้ตายเหลือคนสุดท้ายก็ไม่ไปไหน เพราะว่าเมื่อได้ตัดสินใจออกมาก็ยอมสละแล้วซึ่งชีวิต แต่ก็อยากจะตายให้มีคุณค่าและเป็นประโยชน์นะ เวทีแจ้งวัฒนะเป็นเหมือนด่านนอกที่ช่วยป้องกันกองทัพชั้นในพระนคร  ดังนั้น เวทีแจ้งวัฒนะ ที่แม้จะมีเสียงปืนเสียงระเบิดไม่เว้นแต่ละวันก็จะยังคงหยัดยืน เพราะนี่แหละคือชัยภูมิที่หลวงปู่พุทธะอิสระได้เลือกแล้ว และหลวงปู่จะสู้จนสำเร็จได้ชัยชนะ “ อะไรที่ไม่สำเร็จ ฉันไม่ทำหรอก” หลวงปู่บอก

late at night Buddha Isara visit and provide amulet locket to mass gathering around there

late at night Buddha Isara visit and provide amulet locket to mass gathering around there

This entry was posted in general interest and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s