๔๙๙๙ อรหันต์องค์สุดท้าย

4999-2
Book review  โดย สุทธิดา มะลิแก้ว

“เทวดาอะไรใจดำ  นี่ถ้าอาตมาไม่หมดหนทางจริงๆคงไม่ขึ้นมาง้อถึงบนนี้หรอก นี่ถ้าอาตมาวางมืออีกคนด้วยจนปัญญาปล่อยให้พญามารทำลายพระศาสนาได้ตามอำเภอใจ อาตมาจะเขียนคัมภีร์ขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง เขียนให้เป็นประวัติศาสตร์ว่าอาตมาได้ขอความช่วยเหลือจากท่านท้าวสักกะเทวราชผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้วไม่ได้รับความช่วยเหลือ จึงมิอาจปกป้องศาสนาให้พ้นภัยจากพญามารได้ ให้ชาวโลกชาวสรรค์รู้กันให้หมดเลยว่า ท่านท้าวสักกะทอดทิ้งพระพุทธศาสนาไปเป้นฝ่ายเดียวกันกับพญามาร” สมภารเทพพูดด้วยความอัดอั้นตันใจผสมด้วยความโมโหหน่อยๆ น้อยใจนิดๆ ที่ท้าวสักกะไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ

ถ้อยความบางตอนจากจินตนิยายแนวอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ อิงหลักการปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนา ชื่อเรื่องว่า “ ๔๙๙๙ อรหันต์องค์สุดท้าย”  ฟังชื่อเรื่องแล้วคิดว่าคงมีคนไม่น้อยจะสนใจหรือสงสัยว่าคืออะไรกันแน่  ก่อนอื่นต้องถามกันก่อนว่า เคยได้ยินกันมาบ้างไหมว่า พุทธศาสนานั้นจะอยู่ถึง  5,000  ปี และหากเชื่ออย่างนั้นก็เท่ากับว่า ตอนนี้เราก็เดินทางกันมาเกินกึ่งพุทธกาลมาแล้วหลายปีแล้วและโลกยังไม่หยุดหมุนก็เท่ากับว่าเรากำลังเดินทางแห่งไปสู่วันเวลาแห่งพุทธกาลที่ใกล้จะสิ้นสุดลงไปทุกที  และกว่าจะถึงวันนั้นโลกคงมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วมากมาย ประเทศไทยจะยังอยู่ไหมในวันนั้น พุทธศาสนาในช่วงวาระสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

หากใครเคยตั้งคำถามแบบนี้ในใจก็น่าจะลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู   เรี่องราวในหนังสือเล่มนี้อาจถือเป็นหนึ่งจินตนาการและมโนภาพเรื่องราวความเป็นไปของโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งของพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 4999 โดยผู้เขียนนาม  ฐานันตร์ ปุญญานุภาพ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ถ่ายทอดความรู้เรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้แก่ลูกศิษย์ลูกหามากมาย แม้เป็นฆราวาสแต่ก็ได้มีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นทั้งพระสงฆ์และฆราวาส

แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะเรียกว่าเป็นเพียงนวนิยายแด่ก็สามารถตอบสนองผู้อ่านได้ในหลายวัตถุประสงค์  เช่น หากประสงค์จะ “อ่านเอาเรื่อง”  ผู้อ่านก็จะ ได้อ่านนิยายดีๆเรื่องหนึ่ง อันเกิดจากจินตนาการของผู้ผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติวิปัสสนาขั้นสูง เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องราวเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในปี 4999  ซึ่งเนื้อเรื่องกล่าวถึงการค้นหาอรหันต์องค์สุดท้าย ในตอนต่อจากถ้อยความที่สมภารเทพกล่าวกับท้าวสักกะแล้วนั้น ในที่สุด ท้าวสักกะก็ได้บอกใบ้เป็นนัยมาให้เล็กน้อยว่า มนุษย์กำลังจะคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ชนิดหนึ่งที่นำคนจำนวนมากเข้ามาอยู่ด้วยกัน เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัยและอันที่จริงแล้วก็มีความปลอดภัยสูงมาก ทว่า สิ่งที่คาดเพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับสิ่งประดิษฐ์นั้น แล้วทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมหาศาล มีเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิตกลับได้ และหนึ่งในผู้รอดนั่นก็คือพระอรหันต์  เรื่องราวน่าติดตามยิ่ง ตั้งแต่เรื่องของค้นหาที่มีความซับซ้อนยุ่งยากและผ่านการผจญการต่อสู้กับมารผจญทั้งหลาย  จนกระทั่งแม้เจอตัวบุคคลแล้วในขั้นตอนที่จะเข้าสู่ความเป็นอรหันต์ก็ยังต้องผจญกับเหล่ามารอย่างแสนสาหัส

แต่นอกเหนือจากเรื่องราวแล้วหากจะ“อ่านเอามัน” หรือได้ความตื่นเต้น ด้วย เรื่องนี้มีให้แบบจัดเต็ม  โดยเฉพาะในฉากการ การถอดจิตสู้กันระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายพญามาร ที่มีตั้งแต่ตอนที่ค้นหาผู้ที่เป็นอรหันต์องค์สุดท้าย จนเมื่อพบแล้วที่ยังคงมีการต่อสู้ ที่ล้วนต้องใช้พลังจิตเข้าสู่กัน รวมทั้งการมีกองทัพธรรมของพญานาคราชมาช่วยเสริมแรงเพื่อปกป้องไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาในตอนที่ช่วยกันคุ้มครองให้ผู้ที่กำลังจะเป็นอรหันต์ได้ปฏิบัติให้บรรลุ ให้อารมณ์ ราวภาพยนต์แนวSci-fi  หรือ ประเภท สตาร์วอร์ สตาร์ แทร็กซ์ ก็ไม่ปาน ลุ้นระทึกเป็นอย่างยิ่ง  ไม่แน่ว่า หาก จอร์จ ลูคัสได้อ่านเรื่องนี้แล้วคงไม่ปล่อยผ่านไปเปล่าๆแน่  (ว่าเข้านั่น )  อย่างไรก็ตาม สำหรับคอดราม่าเรื่องนี้แม้จะเป็นแนวธรรมะและพลังจิตก็ไม่วายใส่เรื่องความรักกระหนุง กระหนิงหรือเรื่องบุพเพสันนิวาสเอาไว้จรรโลงพอให้ได้กระชุ่มกระชวยใจกันเล็กน้อยพอให้เรื่องไม่แห้งแล้งจนเกินไป

และสุดท้ายคือ “ อ่านเอาธรรม” แม้เรื่องนี้จะเป็นนวนิยายแต่เรื่องคำสอนในเรื่องทางพุทธศาสนาล้วนเป็นเรื่องจริงที่นำมาปฏิบัติได้รวมทั้งได้ให้หลักวิชาต่างๆในทางธรรมเอาไว้ รวมทั้งวิปัสสนากรรมฐาน อธิษฐานจิต -เมตตาสมาธิและ วิชากสิณ ที่ให้รายละเอียดเอาแบบสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็คิดถึงประเทศไทยในปัจจุบันที่แม้ยังไม่ถึงปี  4999  ทว่า ดูเหมือนว่ากองทัพมารจะพากันมาเป็นใหญ่ทั้งในทางโลกและในพุทธศาสนา ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่คนดีมีวิชาจะต้องเข้ามารวมตัวกันเพื่อปกป้องทั้งประเทศและศาสนาให้พ้นเงื้อมมือของเหล่ามารทั้งหลายที่พยายามจะครอบครอง

หนังสือเล่มนี้อันที่จริงผู้เขียนได้เขียนไว้ตั้งแต่ปี  2546  และจัดพิมพ์ไปตั้งแต่ปี  2548  แต่เรื่องราวในหนังสือย่อมเป็นไม่มีวันล้าสมัยเลยนำมาแนะนำให้อ่านกัน ไม่ว่าจะ”อ่านเอาเรื่อง” “อ่านเอามัน” หรือ “อ่านเอาธรรม” หรือเอาทุกอย่างก็ล้วนน่าสนใจ เรื่องๆดีที่ต้องการจะบอกต่อ และอาจยังพอหาซื้อได้จากทางซีเอ็ดบุ๊ค//
4999 -1

This entry was posted in book review and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s