ช้าๆหน่อยที่นี่ มาดากัสการ์ นะ/ Madagascar, The Country of Mura Mura! (1)

a type of  Limurs. A symbol animal of Madagascar.  Pho: Sutthida Malikaew

a type of Limurs. A symbol animal of Madagascar.
Pho: Sutthida Malikaew

เรื่องโดย สุทธิดา มะลิแก้ว

กำลังจะเขียนงานอย่างหนึ่งบังเอิญว่าสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่มีความหลังอยู่ในนั้นพอสมควร อดใจไม่ได้ก็เปิดมาดูอีกครั้ง พบว่า มีเรื่องราวที่จดบันทึกเอาไว้ หลายเรื่องก็น่าสนใจยิ่ง และเปิดมาเจอเรื่องหนึ่งคือ บันทึกในช่วงที่เดินทางไปเที่ยวที่ มาดากัสการ์  (Madagascar)  ตั้งแต่เดือน เมษายน ปี 2008 โน่น กลับมาอ่านอีกครั้งก็ดูว่า เรื่องราวยังน่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อย ว่าแล้วก็เอามาเล่าสู่กันฟังใน ณ. ที่นี้เสียเลยก็แล้วกัน มาดูกันว่า  มาดากัสการ์ในความทรงจำ (Madagascar in My Memory)  เป็นอย่างไร  ตรงนี้จึงถือเป็นการเปิดบันทึกส่วนตัวมาให้ได้อ่านกันเลยทีเดียว มีทั้งสาระนิดๆหน่อยๆแลเรื่องราวส่วนตัวบ้าง ปนๆกันไปพอเพลินๆ  ใครสนใจใคร่รู้และอยากติดตามมาเที่ยวด้วยกันก็ ขอเชิญได้ โดยพลัน

 ตอนที่    1            มาดากัสการ์ ฉันมาแล้ว! (Madagascar! Here I am)

มาดากัสการ์  แรกทีเดียวก็ได้ยินแค่ชื่อที่เป็นหนังการ์ตูน และหากจะถามว่าประเทศนี้อยู่ที่ไหน มีคนบอกว่าถ้าลากเส้นทางทะเลจากอินโดนีเซียจะไปอัฟริกา จะมีเกาะใหญ่ก่อนที่จะชนแผ่นดินใหญ่ของทวีปอัฟริกา นั่นแหละคือมาดากัสการ์ และอันที่จริงมันน่าจะไกลตัวที่เราจะคิดไปเที่ยวเล่นที่นี่ แต่ก็นับเป็นโชคดีของฉัน ที่ได้รู้จักกับพี่แดง ( วรรณา) และ สามี คือคุณอีฟ ปูปง ( Yves Poupon) ที่ฉันจะต้องเอามาเอ่ยนามเพื่อขอขอบคุณในความกรุณาและเอื้อเฟื้อให้ฉันได้มีโอกาสไปสัมผัสกับเมืองที่น่าสนใจแห่งนี้ และได้ใช้ชีวิตท่องเที่ยวแบบสบายๆเป็นเวลา 1 เดือนในประเทศที่มีความหลากหลายไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม แต่ยังมีความยากลำบากมากหากต้องเดินทางท่องเทียวด้วยตัวเอง และหากไม่มีทั้งสองท่านนี้ แนก็ไม่แน่ใจว่าในชีวิตจะมีโอกาสแบบซื้อทัวร์ไปเที่ยวที่นี่เองหรือไม่

ฉันได้รับจดหมายเชิญจากคุณอีฟ ปูปง เพื่อจะให้สามารถถือหนังสือเชิญนี้ไปทำ Visa on Arrival  ที่สนามบินได้อย่างสะดวก ( แต่จะทำวีซ่าไปก่อนก็ได้ มีสำนักงานตัวแทนอยู่แถวๆสีลม)  ดังนั้น ฉันไม่ได้เตรียมการมากมาย ในเรื่องวีซ่า เหมือนนัดหมายได้วันเวลาจัดแจงหาตั๋วเครื่องบิน ที่มีหลายระดับแต่อาจต้องมีแวะพักเปลี่ยนเครื่องเสียเวลา  เพื่อความสะดวกและราคาประหยัด ฉันเลือกบินตรงกับสายการบินมาดากัสการ์ แอร์   และแล้วก็ถึงเวลาโบยบินกันแล้ว

เครื่องบินเที่ยวบินที่ MD 0010 พาฉันทะยานสู่ท้องฟ้าเวลาตีหนึ่ง สิบนาทีจากสนามบินสุวรรณภูมิ  กรุงเทพฯ ใช้เวลา 7  ชั่วโมงก็มาถึง เกาะรียูเนียน  (Reunion) ซึ่งเป็นเขตปกครองของฝรั่งเศส  ส่วนมาดากัสการ์นั้นอดีตเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เครื่องบินแวะพักที่ รียูเนียน  1 ชั่วโมง แล้วออกเดินเดินทางต่อใช้เวลาไม่นานนักหรือเกือบๆสองชั่วโมง เครื่องบินก็มาเรามาถึงสนามบินนานาชาติอิวาต(โตะ)- Ivato  International  Airport  แห่ง กรุง อันตานานาริโว  (Antananarivo)  เมืองหลวงของมาดากัสการ์ ฝรั่งเศสเรียก Tananarive  เลยมีชื่อเล่น หรือเรียกสั้นๆว่า Tana

ภาพแรกที่เห็นในตอนเครื่องกำลังลงจอด (  Landing)   คือบ้านเมืองที่อยู่ตามหุบเขาและไหล่เขา พวก เราร่วมทริปกันมาเป็นผู้หญิงสองคนและเด็กชายวัย  9 ขวบ อีกหนึ่งคน  ออกมา ยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง การดำเนินการก็เป็นไปได้ค่อยข้างปกติ อาจจะมีเรื่องการจัดคิวแบบแปลกๆมาเป็นสิ่งกวนใจเล็กๆน้อยๆตามสไตล์ประเทศกำลังพัฒนา  แล้วเมื่อถึงผ่านการตรวจสิ่งของ ศุลกากรเรียกได้ว่าแทบอยากจะค้นกระเป๋าเสียทุกใบ ที่จะทำให้เราต้องเสียเวลาในการเก็บเพราะพวกนี้มักจะชอบรื้อข้าวของ แต่ พวกเราโชคดีที่ว่า มีจดหมายเชิญ  เมื่อมีการตรวจค้นกระเป๋า  ก็มีการสอบถามเพียงเล็กน้อยว่าของในกระเป๋าคืออะไร อันที่จริง เป็นภาษาอังกฤษเป็นสำเนียงฟังยาก แต่ก็บอกว่าเสื้อผ้า  แต่มีกล่องอยู่กล่องหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ เริ่มทำการเปิดออกมาก่อน และพบว่ามีเฉพาะ พลาสติกกันกระแทกแต่ไม่มีอะไรเลย เจ้าหน้าที่ดูอึ้งมาก ถามว่าอะไร (เหมือนจะคิดในใจด้วยว่า เฮ้อจะติดไม้มือของที่ค่ามาหน่อยก็ไม่ได้- ฮา)  บอกไปว่า จะเอามาแพ็คของน่ะ  ดูแล้วเขาก็ยิ่งงงแต่ก็ปล่อยไป  เรื่องของเรื่องคือ พี่เจ้าของบ้านที่เราจะไปพักด้วย กำลังจะย้ายบ้านเลยคิดว่าของบางอย่างนั้นต้องแพ็คให้ดี และที่นั่นพลาสติกกันกระแทกแบบที่มีเม็ดๆบีบเปาะๆได้หายากเลยฝากให้เอาของพวกนี้ไปให้ เจ้าหน้าที่เห็นแล้วอ่อนใจ ไม่มีอะไรให้หยิบฉวยไปใช้ได้รีบให้ผ่านไป แต่ก็ถามย้ำอีกครั้งว่าในกระเป๋าใบใหญ่มีเฉพาะเสื้อผ้าใช่มั้ย  ตอบไปว่า ใช่ ก็ผ่านมาได้ ชิลล์ ชิลล์

บรรยากาศที่สนามบินวุ่นวายพอสมควร แต่เราก็พบเจ้าของบ้านยืนรอรับอยู่แล้ว ขณะนั้นที่นั่นเป็นเวลาประมาณ 8 โมงกว่าๆ แต่ถ้าเป็นเวลาที่บ้านเราก็คือ เที่ยงกว่าแล้ว ถึงเวลาอาหารกลางวันที่เมืองไทย  แต่คือยามเช้าของที่นี่  เราใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงบ้านหลังใหญ่มีรั้วรอบขอบชิด มีบริเวณกว้างขวาง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ประตู ท่าทาแข็งขัน ซึ่ง ตรงนี้เป็นการจ้างผ่านทางรัฐบาล และบ้านชาวต่างชาติแบบนี้ล้วนแล้วแต่ต้องมี รปภ. ประจำบ้าน

เมื่อมาถึงก็เป็นการ Welcome  กันด้วยชา กาแฟ ขนม รองท้องหรืออาหารเช้ากันเล็กๆน้อยๆ ก่อนที่จะมาถึงอาหารเที่ยง หรือถือว่าเป็นอาหารจริงๆจังๆมื้อแรกของการมาถึงคือ  บาบีคิว เนื้อนุ่มสุดๆ  พร้อมสลัด และ ไวน์ ฝรั่งเศส เลิศรสจัด เต็ม มีอินโทรฯด้วย สปาร์กลิ้งไวน์ และ ต่อด้วยไวน์แดง  สนทนาพาทีกันไปบริเวณระเบียงบ้านที่มีต้นไม้แสนร่มรื่น จนบ่ายแก่ๆ หลังอาหารกลางวันก็  take a nap  หรือ siesta (งีบ) หลังอาหารกันเล็กน้อย  ก่อนที่จะออกไปชมวิวยามเย็นกัน

 breakfast at balcony IMG_0070 IMG_0067 IMG_0089

(ภาพรวมของที่พัก มีบริเวณกว้างขวาง ต้นไม้ร่มรื่น ยามเช้านั่งที่ระเบียงบ้านกินอาหารเช้าดูนกไป ใกล้นั้นก็เป็นโบสถ์ ยามเย็นทิศทัศย์หลังบ้านก็สวยงาม อากาศกลางคืนในเดือนเมษายนยังค่อนข้างหนาวเลยต้องมีเตาผิง) 

อาเฮีย คนหนึ่งมาทำธุรกิจพลอยที่นี่  ใน พ.ศ. นั้นมีนักค้าพลอยชาวไทยย้ายฐานจากจันทบุรีที่พลอยได้หมดลงไปมาหาซื้อพลอยที่นี่กันเยอะมากและส่งกลับไปขายและไปเจียระไนที่เมืองไทยให้ทรงคุณค่าตามแบบพลอยไทยดันเลื่องชื่อ และตอนนั้น ที่มาดากัสการ์เองก็ดูเหมือนจะพอใจพ่อค้าพลอยที่เป็นชาวไทยมากกว่าพ่อค้าชาติอื่นๆอยู่ไม่น้อย แต่ช่วงหลังอีกสองปีต่อมาดูเหมือนว่า ใครๆหลายประเทศต่างก็เข้าไปแย่งกันขุดพลอยที่มาดากัสการ์กัน ทางมาดากัสการ์ก็เลยปิดประเทศห้ามต่างชาติไปขุดพลอยเสียเลย บวกกับมีช่วงวิกฤตความรุนแรงในประเทศตอนนี้ธุรกิจพลอยในมาดากัสการ์ก็ไม่ใช่ยุครุ่งเรืองอีกต่อไป แต่เราก็ยังโชคดีที่ได้ไปเยี่ยมชมแหล่งรับซื้อและขายพลอยและที่ขุดพลอยกันมาแล้ว เอาไว้จะเล่าทีหลัง แต่ที่พูดถึงเรื่องอาเฮียคนนี้ขึ้นมาไม่ได้จะคุยเรื่องการซื้อพลอยของแกแต่จะพูดถึงเรื่องบ้านต่างหาก ระหว่างทางที่จะไปชมวิวเราก็แวะไปชมบ้านของเขาที่อยู่ในจุดที่เห็นวิวสวยงามเช่นกัน

มาดากัสการ์ เป็นประเทศที่ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน ดังนั้น เราจะเป็นบ้านหรือคฤหาส์เก่าๆสไตล์ฝรั่งเศส หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นวิลล่า เก่าๆยังมีหลงเหลือกันอยู่  เฮียคนที่ว่านี้ก็ได้ไปซื้อเอาไว้หลังหนึ่ง ซึ่งทำเลที่ตั้งก็อยู่บนเนินเขา ว่าไปแล้วประเทศนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นที่สูง  แต่บ้านนี้คือสูงกว่าเรียกว่าเป็นจุดชมวิวของเมืองนี้ได้เลย เขาพยายามตกแต่ใหม่และอนุรักษ์สิ่งของเดิมให้คงไว้ ดูผิวเผินภายนอกคล้ายจะดูดี และน่าสนใจมาก แต่พอเข้าไปในบ้านก็พบว่า  มีโทรทัศน์จอพลาสมาขนาด 52  นิ้ววางอยู่ แถมนอกบ้านที่ เขาพยายามจะทำให้ดูมีชีวิต ชีวา ด้วยการไปหาซื้อตัวลีเมอร์ สัตว์ประจำชาติของมาดากัสการ์ และอันที่จริงแล้วคือสัตว์ป่ามาอยู่ในกรงแล้ว ฉันคิดว่า “เฮ้อ!”

ว่าแล้วเราก็ไปชมวิวกันไปอยู่ในจุดชมวิวของเมืองที่จะทำให้เรามองเห็นทิวทัศน์เมืองทั้งหมดในมุมกว้างหรือแบบ พาโนรามา  อากาศที่เย็นๆมองลง ไปในมุมกว้างสุดลูกหูลูกตา หันมาดุข้างๆ โอ้ขยะ … อ้าวเย็นซะแล้ว กลับไปกินอาหารค่ำดีกว่า มื้อเย็นจานหลักเป็น น่องเป็ดทอดกรอบนอกนุ่มในสไตล์ฝรั่งเศส พร้อมไวน์แดง เช่นเดิม  วันแรกที่มาถึงมาดากัสการ์ก็จบลงด้วยความรื่นรมย์ และ อิ่มหนำสำราญ …

เดี๋ยวพรุ่งนี้ ไปเที่ยววังเก่ากัน … อ้าว สงสัยใช่ไหมว่าที่นี่มีเจ้าด้วยหรือถึงมีวัง  โปรดติดตามตอนต่อไป  ( To be continued:  Oh la la Ruva!  โอ้โห  พระราชวัง)

สุทธิดา มะลิแก้ว

Antanativo or Tana  from Top photo: Sutthida Malikaew

Antanativo or Tana from Top
photo: Sutthida Malikaew

This entry was posted in lifestyle and tagged , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s