ยลชมแฟชั่นโมเดิร์นประยุกต์ชนเผ่าแห่งยูนนานยุค Creative Economy

Image

เรื่องโดย  อาคม สุวรรณกันธา
นำเสนอครั้งแรกใน http://www.vmekongmedia.com

เชื่อว่าทุกท่านที่ได้ไปเยือนมณฑลยูนนาน ที่คุนหมิง หรือสิบสองปันนา ก็จะได้ไปสัมผัสผู้คน อาหาร ที่หลายหลาย และคล้าย ๆ กับทางภาคเหนือของไทย ที่มีชนเผ่า หรือชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มมาก เฉพาะที่มณฑลยูนนานที่เดียวก็มีชนกลุ่มน้อยถึง 25 ชนเผ่าด้วยกันนับเป็น  1 ใน 3 ของพลเมืองในมณฑลยูนนาน

ดังนั้นเราจะเห็นเอกลักษณ์การแต่งกายที่หลากสีสัน วัฒนธรรมประเพณีที่มีความแตกต่าง และสามารถหลอมรวมกันได้ ที่สำคัญได้แก่ เผ่าจ้วง (Zhuang) ,ฮุย (Hui) ,แม้ว (Miao) ,ทิเบต (Zang) ,เย้า (Yao) ,ไป๋ (Bai) , ว้า (Wa) , น่าซี (Naxi) , ตูหลง (Dulong) , ลีซู (Lisu) , ปูลาง (Bulang) และไทลื้อ เป็นต้น นับเป็นมณฑลที่มีจำนวนประเภทของชนกลุ่มน้อยมากที่สุดของจีน ขณะที่ทั่วประเทศจีนมีชนกลุ่มน้อยทั้งสิ้น 55 ชนเผ่า

สิ่งที่น่าสนใจในการปกครองของมณฑลยูนนานคือการคงเอกลักษณ์ของชนเผ่าเหล่านั้น ทั้งการคงการแต่งกาย ภาษาชนเผ่า แต่ต้องอยู่ภายใต้ระบอบรวมของรัฐบาลกลาง ดังที่เราจะเห็นชื่อเมืองนำหน้าด้วย “เขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา”

อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลของมณฑลยูนนานมองถึงการสร้างเอกลักษณ์ทางการท่องเที่ยว ซึ่งการดึงความหลากหลายของชาติพันธุ์ สีสันการแต่งกาย และวิถีชีวิตมาเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว เพราะโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่หากไม่ไปแบบBackpacker ต้องเข้าไปชมการแสดงของชนกลุ่มน้อยไม่เป็นที่โรงละครก็เป็นที่หมู่บ้านชนกลุ่มน้อยเหล่านั้น

ทว่าการไปชมการแสดงของชนกลุ่มน้อยของผมครั้งนี้กลับมีแง่มุมในการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของทางจีนที่ประยุกต์เอาการแต่งกายของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่าง ๆ ก้าวข้ามไปสู่เชิงโมเดิร์นอาร์ท และผสมผสานการเดินแบบโชว์ชุดชนเผ่า ทำให้คิดว่าภาคเหนือของไทยก็มีชนเผ่าไม่น้อย แต่ละชนเผ่าก็มีเอกลักษณ์การสวมชุดชนเผ่าของตนเองหากมีการพัฒนาในเชิงท่องเที่ยวน่าจะสนใจไม่แพ้จีนเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแยกส่วนกันว่าแบบเดิมก็ต้องคงไว้ด้วยไม่ใช่จะประยุกต์กันทั้งหมด

สถานที่แรกที่ผมไปชมที่โรงละครของสิบสองปันนา จะมีการแสดงชุดเมืองพาราณสี ขึ้นชื่อว่าหากใครไปสิบสองปันนาแล้วไม่ได้ดูโชว์ชุดนี้ ก็เหมือนกับว่ายังไปไม่ถึงเมืองสิบสองปันนา สำหรับการแสดงเมืองพาราณสี เป็นการนำเสนอถึงพระพุทธศาสนาที่เดินทางเข้ามาถึงเมืองสิบสองปันนา การแสดงงานประเพณีสงกรานต์ และการโชว์ถึงวัฒนธรรมชนเผ่าต่างๆมากมาย รวมถึงการแสดงชุดชนเผ่าประยุกต์ด้วยซึ่งดูแล้วอลังการ์ด้วยเอฟเฟค แสงสี เสียง

อีกแห่งหนึ่งที่ผมไปชมการแสดงของชนเผ่าคือที่เมืองฉู่สง เป็นเมืองหลักของเขตปกครองตนเองชนชาติอี๋ฉู่สง (Chuxiong Yi Autonomous Prefecture) การเดินทางสู่เมืองนี้ใช้เวลาทางรถไปทางเหนือ 2 ชั่วโมง  ระยะทางจากคุนหมิงไปฉู่ฉง 164 กิโลเมตร, จากฉู่สงไปต้าลี่ 260 กิโลเมตร การแสดงชุดชนเผ่าที่นี่ก็น่าสนใจเหมือนกัน เพราะสะท้อนวิถีชีวิตของเผ่าอี๋ที่ประวัติศาสตร์ชนชาติอี๋โบราณที่มีชื่อเสียงมากในยุคมองโกล   และที่ราบตาริมรุ่งเรืองมีภาษาและวรรณกรรมมากมายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา ดาราศาสตร์ ที่เขียนด้วยภาษาอี๋ เน้นเสื้อผ้าสีฉูดฉาด

การแสดงแฟชั่นชุดชนเผ่าประยุกต์ของทั้งสองแห่งทำให้คิดว่าภายใต้การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องสร้างจุดขายใหม่เชิงประยุกต์มิใช่ขายเพียงต้นตำรับเพียงด้านเดียวเพราะพฤติกรรมการบริโภคการท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนตลอด  ประการต่อมาคือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเอาวิธีแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาเชื่อมโยงให้มากขึ้น ทั้งการเล่าเรื่องราวปรัมปรา การเอาเอกลักษณ์มาใช้ในเชิงตลาดแฟชั่นหรืออาหาร

การได้ไปชมแฟชั่นโมเดิร์นประยุกต์ชนเผ่าแห่งยูนนานยุค Creative Economy ครั้งนี้จึงนับเป็นการเปิดหูเปิดตาดูสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ของชุดและนางแบบ แล้วยังได้ไอเดียเชิงการตลาดท่องเที่ยวมาเปรียบเทียบกับบ้านเราอีกด้วย แล้วคราวหน้าจะไปดูการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองเขาใหม่ครับ

This entry was posted in lifestyle, mekong media's voice and tagged , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s