A taste of Noodle

เฝอ "เส้น" เลื่องชื่อของเวียดนาม

เฝอ “เส้น” เลื่องชื่อของเวียดนาม

สำหรับคนชอบเส้น หากได้ดูคลิป วิดิโอนี้แล้ว ไม่คิดอยากจะออกไปหาก๋วยเตี๋ยวกิน เรียกคุณไม่ใช่ “คนรักเส้น” ตัวจริง

วิิดิโอและเรื่องราวที่จะได้ชมต่อไปนี้ผลิตโดย สุทธิรัตน์ ศุภปริญญา ที่เดินตามเส้นทาง “เส้นก๋วยเตี๋ยว” ตั้งแต่ เชียงใหม่  กรุงเทพฯ ไปจนถึงเวียดนาม เป็นที่ผลิตมาเมื่อหลายปีก่อน แต่แม้จะดูอีกครั้งในปีนี้ เสน่ห์ของเส้นก็ยังมีอยู่ เชิญคลิกชมได้ใน บัดเดี๋ยวนี้ ต่อจาก วิดีโอแล้ว ถ้าสนใจจะอ่านเรื่องราวเฉพาะเรื่อง “เส้นๆ” ของไทย เชิญติดตาม แล้วจะรู้จัก”เส้น” เพิ่มขึ้นอีกมากมาย

ถ้ามองไม่เห็น Video  นี้สามารถเข้าดูได้ในคอมเม็นต์ท้ายเรื่อง
If you cannot watch this clip,please scroll down to comment. Three clips are available there. 

A Taste of Noodle (Part I)

A Taste of Noodle (Part II)

A Taste of Noodle (Part III)

Our Authentic Local Fast Food

ก๋วยเตี๋ยวเรือ
An exploration of the diverse culture in Thailand emerges through their delicious noodles. The story explores the identities of the noodle culture; how noodles originate, are created and become our authentic food. In a bowl of noodles,Chinese overseas recipes blend with Sukhothai’s taste, soft rice local noodles from the Mon culture combine with the local materials and tastes of each place, revealing a noodle culture with exciting variety, adaptation and uniqueness.  (This story is available only in Thai version)

อาหาร”เส้น”จานด่วนแท้ของไทย

โดย สุทธิรัตน์ ศุภปริญญา

ระสมุทรสุดลึกล้น คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดวา  หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา  กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้   ยากแท้หยั่งถึง

ว่าด้วยเรื่องจิตใจของคนแล้ว “โคลงโลกนิติ” บทนี้ที่บรรจุอยู่ในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยที่เคยท่อง เป็นนกแก้วนกขุนทองตอนเด็กๆ กว่าฉันจะซึ้งถึงสุภาษิตเก่าแก่นี้ก็เกือบจะท้องแตกทองแตน ด้วยรสชาติอาหารหลากถิ่น

แล้วจิตใจคนมันไปเกี่ยวอะไรกับอาหาร ถิ่นด้วยเนี่ย?

“หิวแล้ว ไปหาไรทานกันเถอะ” ฉันถาม “ไปไหนดีอะ?” ม้า เพื่อนสาวฉันสวนมา “ไม่รู้ดิ” เราเงียบงัน ต่างคนต่างหยุดคิดคำนึงกันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะฉันก็โพล่งออกมาว่า “อะไรที่อร่อยๆ ถูกๆ เร็วๆ” แล้วเราก็ถกเถียงกันเรื่องการเลือกอาหารและร้านอาหารอีกไม่ รู้จบสิ้น เหมือนทุกๆครั้งที่มีคำถามทำนองนี้

ก๋วยเตี๋ยวเข้ามาในประเทศไทย ครั้งแรกนั้น ก็โดยคนจีนโพ้นทะเลที่รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเล นั่งเรือใบมา ตั้งแต่ยุคสุโขทัยแล้ว คนจีนก่อนที่จะมา ก็เตรียมเสบียงประทังชีวิตมาด้วยจำนวนหนึ่ง ขณะที่นั่งเรือก็ควักเอาเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวแห้งๆมาต้มกินกับน้ำร้อน อาจจะจับสัตว์ทะเลระหว่างทาง เพื่อเป็นโปรตีนเสริมในซุปก๋วยเตี๋ยวนั้นด้วย การเข้ามาของคนจีนในยุคนั้นไม่ว่าจะมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม พวกเขาได้นำวัฒนธรรมของตนเองมาเผยแพร่ด้วยโดยปริยาย และการที่คนจีนกลุ่มนี้ ต้องมาอาศัย ปะปน กับคนท้องถิ่นด้วยแล้ว ทำให้ต่างคนต่างก็ค่อยๆปรับตัวเอง และปรับใช้วัฒนธรรมใกล้ตัวที่สุด คืออาหารให้เหมาะสมกับตนเองและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น วัฒนธรรมยุคนั้นจึงเกิดการเลื่อนไหลจนเกิดการปรับปรุง จากสูตรก๋วยเตี๋ยวแบบจีนเดิมนั้น เป็นก๋วยเตี๋ยวที่มีรสชาติและกรรมวิธีที่เหมาะสม และถูกปากคนไทยขึ้นมา ก๋วยเตี๋ยวโบราณชนิดนั้น วันนี้ถูกเรียกกันว่า “ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย”

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยนี้ฉันสันนิฐาน เอาว่า น่าจะเป็นรากฐานของซุปต้มยำน้ำใสในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นซุปก๋วยเตี๋ยวที่รวมรสทั้งหวาน เค็ม และเปรี้ยวในถ้วยเดียว คล้ายรสต้มยำ รสชาติเหล่านั้นเป็นการนำเอาส่วนผสมอย่างง่ายๆ มารวมกันคือ จากน้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะขามและ มะนาวเขียวที่บีบลงไปสดๆใส่ในถ้วย หากแต่ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยมีส่วนผสมอีกสองอย่าง ที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ต่างจากต้มยำ ก็คือมีถั่วลิสงคั่วบดหยาบๆ และถั่วฝักยาวหั่นแฉลบอยู่ด้วย

ไล่ลงมาอีกนิด ที่ย่านแม่น้ำป่าสักนี้ มีอาหารเส้นขึ้นชื่อลือชาเมืองเก่าอยุธยาคือ “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” แม่น้ำป่าสักในอดีตนั้น ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงชาวอยุธยาเมืองเก่ามานานแสนนาน ก่อนที่จะรวมตัวกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลลงสู่มหานครราชธานีใหม่ ผู้คนในยุคนั้นมักจะอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ และเดินทางไปไหนมาไหนทางน้ำด้วยเช่นกัน ก๋วยเตี๋ยวเรือจึงไม่ต่างจากรถเข็นขายของตามถนนอย่างปัจจุบัน ที่ชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวเรือก็คงจะเดากันได้ไม่ยากว่า เป็นก๋วยเตี๋ยวชนิดที่ถูกทำขายบนเรือ พายล่องไปตามแม่น้ำนั่นเอง เพื่อให้เป็นการระลึกถึงที่มาของสูตรก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวเรือในปัจจุบันจึงโชว์เรือที่มีหม้อต้มซุป ก๋วยเตี๋ยวในเรือนั้นด้วยเกือบทุกร้าน

เจ้าดั้งเดิมที่มีชื่อมา ตั้งแต่พายเรือขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในแม่น้ำป่าสัก จนปัจจุบันได้ขึ้นมาขายบนบกแล้วนั้น ไม่ได้อยู่ติดถนนให้รถของลูกค้าผู้หิวโหยเข้าไปเทียบจอดกันได้ง่ายๆ เหมือนร้านอาหารทั่วไป แต่จะต้องเดินผ่านวัดรัตนชัย หรือที่คนอยุธยาเรียกว่าวัดจีนเข้าไปถึงพื้นที่ใกล้ตลิ่งแม่น้ำ ป่าสัก จึงจะได้กลิ่นซุปกระดูกและเครื่องเทศ พอไปถึงก็จะเห็นผู้คนเข้าแถวรอกันยาวเหยียด เพื่อที่จะได้ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดชนิดนี้ประทังชีวิต ให้สมตามรสปากของตน

“เล็ก ชิ้น ตับ ตก ไม่งอก” ก๋วยเตี๋ยวเรือนี้มีเอกลักษณ์เรื่องความเล็กของ ถ้วยก๋วยเตี๋ยว กลิ่นเครื่องเทศที่มาจากน้ำซุปอย่าง พริกไทยป่น อบเชย ดอกจัน โป๊ยกั๊ก การเติมเลือดหมูสดปนเข้าในน้ำซุปร้อนๆ ซึ่งจะถูกเรียกชื่อยาวต่อไปอีกนิดว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก” ที่เรียกว่าน้ำตกนั้นไม่ใช่มีที่มาว่าเกิดขึ้น บริเวณน้ำตก แต่เป็นเพราะว่าเลือดสดๆที่ได้มานั้นมาจากการปาดเอาจากคอหมูแล้ว เอาภาชนะมารองรับเลือดที่ตกลงมา ก๋วยเตี๋ยวเรือนั้นมีให้เลือกทั้ง ก๋วยเตี๋ยว ไก่ เนื้อ และ หมู ฉะนั้นเวลาผู้ทานจะสั่งอาหารประเภทนี้ จะต้องมีการระบุความต้องการส่วนประกอบในถ้วย เป็นการส่วนตัวด้วย เช่น เส้นเล็ก น้ำใส หมู ไม่งอก ใส่เครื่องใน หมายถึง เส้นเล็ก ซุปน้ำใส ใส่เนื้อหมู ไม่ใส่ถั่วงอก และใส่เครื่องในหมูด้วย พอได้ก๋วยเตี๋ยวชามเล็กมาวางตรงหน้าแล้ว ความต้องการของผู้ทานก็ยังไม่สิ้นสุด ยังต้องมองหาเครื่องปรุง อย่างน้ำปลา พริกป่น น้ำตาล น้ำส้มสายชู เพิ่มเองตามใจชอบอีกรอบ (โอ้ว กว่าจะได้กิน รอได้แต่ขอให้อร่อยถูกปากก็แล้วกัน )
มีเมนูก๋วยเตี๋ยวอีกชนิดหนึ่งเป็น ก๋วยเตี๋ยวเส้นกลมเล็กและนุ่ม มีทั้งชนิดหมักและชนิดสดไม่ต้องเอาเส้นมาทำให้สุกอีกเหมือนก๋วยเตี๋ยว ชนิดอื่น จึงเป็นการง่ายในการเตรียมเป็นที่สุดเพียงแต่ราดน้ำยาลงไปก็พร้อม ทานได้ ที่น่าแปลกก็คือมันเป็นอาหารคาวที่ถูกเรียกชื่อนำหน้าว่า “ขนม” ที่เป็นเช่นนั้น คุณบำรุง คำเอก ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมอญบอกว่า เพราะคนไทยโบราณเรียกเพี้ยนจาก ภาษามอญ คำว่า “คนอม” มา คนอมนั้นเป็นอาหารดั้งเดิมของคนมอญ ชาวมอญ ทั่วไปนิยมรับประทานขนมจีนไม่เฉพาะแต่ในเทศกาลเท่านั้น ในบางครั้งก็ยังมีการทำกินกันเอง เป็นการรวมญาติหรือว่าเวลาวิดปลาขึ้นมาแล้วได้ปลาเยอะก็จะมีการทำ น้ำยากินกัน คนไทยรับเอาอาหารชนิดนี้มาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว พอถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มักจะทำเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงในงานบุญ ปัจจุบันขนมจีนในภาษาไทยภาคเหนือ ถูกเรียกว่า ขนมเส้น ภาคอีสาน เรียกว่า ข้าวปุ้น ภาคกลาง เรียกว่า ขนมจีน ภาคใต้ เรียกว่า หนมจีน ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Thai rice noodle หรือ vermicelli ส่วนภาษาเวียดนามเรียกว่า บุ๋น ซึ่งคล้ายๆกับคำว่าข้าวปุ้น ของภาษาไทยอีสาน และน้ำยาหรือแกงที่ราดหน้าขนมจีนนั้นได้ถูก ปรับเปลี่ยนไปตามรสปากของคนแต่ละท้องถิ่น น้ำยาที่แตกต่างกันออกไปนี้ทำให้เกิดชื่อเรียกต่อท้ายต่างกันออก ไปด้วย เช่น ขนมจีนน้ำเงี้ยว(มักจะหาทานได้เฉพาะในภาคเหนือ) ขนมจีนน้ำยา ซาวน้ำ น้ำพริก น้ำยาป่า และแกงเขียวหวาน เวลาทานขนมจีนมักทานกับผักดองหรือผักสดแต่จะไม่ใส่เครื่องปรุงรส เพิ่มลงไปแบบก๋วยเตี๋ยวชนิดอื่น ส่วนคนเหนืออย่างฉันก็โปรดขนมจีนน้ำเงี้ยว กับแคบหมูตามแบบท้องถิ่นของตนอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อนานมาแล้ว  ฉันเคยสงสัยว่า เหตุใดก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นภาคเหนือชนิดหนึ่งถึงได้มีชื่อแปลก นัก ด้วยมีชื่อเรียกนำหน้าว่าข้าว จนได้มาทราบว่าอาหารชนิดนี้แต่เดิมเป็นอาหารของคนจีนฮ่อ หรือจีนมุสลิมที่หนีเข้ามาทางสามเหลี่ยมทองคำ ที่เรียกว่าข้าวนั้นเป็นเพราะคนพื้นเมืองพยายามจะเลียนแบบการทำ ก๋วยเตี๋ยวแบบจีนฮ่อ โดยการใช้ข้าวเป็นส่วนผสมในการทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ แล้วมาทาสีออกเหลืองๆและหั่นทางยาวให้เล็กลงอีกที คำกริยาหั่นนี้ เรียกอีกอย่างว่าซอย เป็นเหตุให้ก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้จึงมีชื่อเรียกรวมกันว่า “ข้าวซอย” แต่ก่อนมีแต่ข้าวซอยไก่และเนื้อ หากแต่ปัจจุบันเมื่อกลายเป็นอาหารท้องถิ่นแล้วจึงเกิดข้าวซอยหมู ด้วย น้ำแกงที่ราดน้ำขลุกขลิกในถ้วยข้าวซอย เป็นแกงสีเหลืองน้ำข้นที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศจากหลากถิ่น JG Learned ในงานเขียนเรื่อง Khao Soi: The Legacy of the Spice Trade in Chiang Mai ระบุว่าส่วนผสมของน้ำแกงที่ใช้ราดข้าวซอยนั้นมีเครื่องเทศตั้งแต่จากตะวันออกกลาง (Middle East) หมู่เกาะเครื่องเทศ (Spice Island, อินโดนีเชีย) จีน และท้องถิ่นไทย จึงถือได้ว่าเป็นสูตรก๋วยเตี๋ยวที่มีรสชาติอันสะท้อนให้ตระหนัก ถึงวัฒนธรรมร่วมอันหลากหลายในภูมิภาคนี้ที่ถูกปรุงเข้าไว้ด้วยกัน

เครื่องเทศดังว่านี้ก็มี ชะโก(Sago) ขิง ขมิ้น หอมแดง พริกแห้งและลูกผักชีทั้งหมดต้องนำไปคั่ว ก่อนที่จะโขลกรวมกันให้ละเอียดเพื่อทำน้ำแกง เท่านั้นยังไม่พอยังมีการโรยหน้าด้วยเส้นข้าวซอยทอดกรอบ หยอดกะทิและผักชีหั่นอีก เมื่อถ้วยข้าวซอยถึงมือผู้ทานแล้ว ก็มักจะไม่ลังเลที่จะปรุงรสชาติเพิ่มอีกสมทบหนึ่ง โดยใส่เครื่องข้าวซอยลงไปด้วย อย่างน้ำมะนาวสด หอมแดงซอย ผักกาดดองซอย และน้ำพริกแดงแห้งผัดน้ำมัน แล้วก็คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน

ผัดไทย  photo cr. sydneychocolatier /oknation.net

ผัดไทย
photo cr. sydneychocolatier /oknation.net

เมนูสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ ได้เนื่องจากเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกในฐานะก๋วยเตี๋ยวไทยไปแล้ว นั่นก็คือ “ผัดไทย” ผัดไทยนั้นเกิดขึ้นโดยเหตุผลทางการเมืองและการตลาด ของ อดีตนายกรัฐมนตรี จอมพลป. พิบูลสงคราม ท่านผู้บริหารประเทศไทยในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2482-2489 จอมพลป. พิบูลสงครามนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ซึ่งวางรากฐาน รูปแบบวัฒนธรรมไทยแท้ไว้หลายอย่างด้วยกัน อย่างเช่น เพลงชาติไทย ดนตรีไทย ท่ารำมาตรฐานไทย การแต่งกายแบบไทย จนถูกเรียกว่าเป็นยุคแห่งรัฐนิยมหรือยุคแห่งการรักชาติอย่างรุนแรง ที่นี้พอจะเดาออกแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมก๋วยเตี๋ยวเลื่องชื่อนี้ถึงได้ เรียกว่า “ผัดไทย”

ในยุคสมัยนั้นอะไรที่เป็นอาหาร เส้นก็จะถูกมองว่าเป็นอาหารจีนไปเสียหมด อาหารชนิดใหม่นี้จึงได้รับการประดิษฐ์ขึ้นมา โดยมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ และวิทยุในรูปแบบโฆษณา เชิญชวนให้คนไทยหันมาทานก๋วยเตี๋ยวเลยทีเดียว ทั้งนี้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้กล่าวคำปราศรัย เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2485 ที่พยายามรณรงค์ให้ประชาชนกินก๋วยเตี๋ยวกันให้มาก ๆ เพื่อให้เงินทองหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ อีกทั้งช่วยส่งเสริมอาชีพของคนไทยอีกด้วย ดังข้อความบางตอนดังนี้

“…ถ้าพี่น้องชาวไทยกินก๋วย เตี๋ยวคนละหนึ่งชามทุกวัน คิดชามละห้าสตางค์ วันหนึ่งจะมีคนกินก๋วยเตี๋ยวสิบแปดล้านชาม ตกลงวันหนึ่งเงินค่าก๋วยเตี๋ยวของชาติไทย หนึ่งวันเก้าสิบล้านสตางค์ เท่ากับ เก้าแสนบาท เป็นจำนวนเงินหมุนเวียนมากพอใช้ เงินเก้าแสนบาท ทุก ๆ วันนี้ ก็ไหลไปสู่มือชาวไร่ ชาวนา ชาวทะเล ทั่วกันไม่ตกไปถึงมือใคร และเงินบาท ก็มีราคาหนึ่งบาท ซื้อก๋วยเตี๋ยวได้เสมอ ไม่ใช่ซื้ออะไรไม่ได้อย่างทุกวันนี้ ซึ่งเท่ากับไม่มีประโยชน์เต็มที่ในค่าของเงินมันเอง…” (ข้อมูลจากหอสมุดแห่งชาติ – ค้นคว้าโดย อ.มัลลิการ์ หลีระพันธ์)

กรรมวิธีในการทำผัดไทยนั้น ก็เริ่มจากการนำเส้นเล็ก มาผัด ใส่เต้าหู้เหลืองซอย ให้เล็ก ๆ เติมกุ้งแห้ง ใส่ใบกระเทียม แล้วตอกไข่ลงไป ยีให้ทั่ว สุดท้าย ก็ใส่ถั่วงอกดิบ แล้วจึงตักขึ้น ใส่จาน อาจจะประดับ ต้นกระเทียม ไว้กินเคียง ถ้าใส่กุ้งใหญ่ ประดับหน้า ก็จะได้ผัดไทยกุ้งสด ผัดไทยของแท้ ต้องไม่ใส่หมู คุณสุวพงศ์ สุขวิบูลย์ ซึ่งได้ค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องที่มาของผัดไทย เล่าว่า การที่ไม่หมูในผัดไทยนั้นมีเหตุผล ที่ล้ำลึกมากเพื่อการสร้างอาหารชนิดนี้ให้มีสัญชาติไทยโดยแท้ เพราะในช่วงเวลา ที่ผัดไทย ได้รับการประดิษฐ์ขึ้น มานั้น หมูถูกมองว่า เป็นอาหารของคนจีน คนไทยนั้นนาน ๆ ทีจึงกินหมู กินเฉพาะเวลา งานฉลอง สำคัญจึงฆ่า หมูมากินกัน คนไทย แต่เดิมนั้นกินไก่ กินปลาเป็นหลัก เมื่อผัดไทย ได้ชื่อว่าผัดไทย หมูจึงไม่มีสิทธิ มาอยู่ในจานผัดไทย พอรู้ที่มาของผัดไทยแล้วชาวรักชาติทั้ง หลายอาจจะถึงขั้นเป็นปลื้มกับอาหารประจำชาติจานนี้ขึ้นอีกเป็นกอง

ผัดไทยสูตรที่ถูกพัฒนาจากเมืองชาย ทะเล ถิ่นที่คนมีอาชีพออกเรือหาปลาอย่างมหาชัย ได้กลายมาเป็นสูตรที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายที่มากสุดใน ปัจจุบัน หนึ่งในชาวมหาชัยผู้ได้มาเปิดธุรกิจร้านผัดไทยเล็กๆ บนถนนมหาชัยในกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2509 นั้น คือคุณลุงสุโชติ ใบสมุทรแห่งร้านทิพย์สมัย หรือคนทั่วไปเรียกขานกันว่าผัดไทยประตูผี ร้านผัดไทยทิพย์สมัยได้กลายเป็นต้นตำหรับผัดไทยเส้นจันทร์ ใส่มันกุ้งตามด้วยกุ้งสด และวิธีทำผัดไทยห่อไข่ อันเลื่องชื่อมาถึง 40 ปี จนเมื่อขึ้นปีที่ 41 คือปีที่แล้วนี้เอง ท่านก็ได้คิดค้นการทำเครื่องผัดไทยมันกุ้งใส่ขวดแก้วขาย ติดฉลากชื่อทิพย์สมัย ให้คนทั้งไทยและเทศในต่างแดนผัดใส่เส้น ก๋วยเตี๋ยวทานเอง โดยคงรสชาติดั้งเดิมได้อย่างครบถ้วน ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เมืองมหาชัย ได้อย่างภาคภูมิ

เห็นได้ว่าอาหารจำพวกนี้นอก จากเป็นอาหารจานด่วน ที่ผู้ทานสามารถสั่งส่วนผสมที่ประกอบในถ้วยก๋วยเตี๋ยวแล้ว การที่ร้านอาหารจำพวกเส้นขาดไม่ได้ก็คือ เครื่องปรุงรสที่เพิ่มรส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ให้ผู้ทานสามารถปรับแต่งรสชาติให้กลมกล่อม ตามรสนิยมของตนเอง พร้อมทั้งเพิ่มผักสดชนิดต่างๆได้อีกจึงเรียกว่าเป็นอาหาร ชนิดเดียวที่อร่อยสั่งได้ตามใจปาก แล้วยังได้สารอาหารอย่างครบถ้วนในถ้วยเดียวอีกด้วย

ก๋วยเตี๋ยวจึงกลายเป็นเมนูที่เกิด ขึ้น โดยความชื่นชอบของคนเฉพาะถิ่นเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ ปัจจุบันก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นเหล่านี้ ยังได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายประปรายหลากหลายกลุ่มในประเทศไทย แล้ว กระนั้นก็ยังไม่เคยได้ยินว่าจะแพร่สะพัดไป ไกลถึงประเทศเพื่อนบ้านหรือต่างประเทศอันไกลโพ้นมากมายเท่ากับ “ผัดไทย” และ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทย” เสียที เป็นอันว่าถ้ามาเมืองไทยแล้วอยากลิ้มลองรสนิยมของแต่ละท้องถิ่น แล้วล่ะก็ อาหารจานด่วนที่หาได้เฉพาะในประเทศไทยเหล่านี้ น่าจะถือได้ว่าเป็นปราการด่านแรกแรกๆที่ควรศึกษาทีเดียว

ถ้าใจคนมันยากแท้หยั่งถึงนัก ก็ขอหยั่งเชิงด้วยการประทังความหิวในรูปแบบที่คนท้องถิ่นนั้นๆเขา หลงใหลไปก่อนก็คงจะดี

“เอ้า คิดออกยัง ว่าเราจะไปกินไรกันดี คิดเร็วๆดิ หิวจะตายอยู่แล้ว”

This entry was posted in lifestyle and tagged , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

4 Responses to A taste of Noodle

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s