ร้อยแปดเรื่องราวจากชาวแท็กซี่ ตอนที่ 2

ทำดี (ต้อง) ไม่มีท้อ

tkk2ท่ามกลางเปลวแดดที่แผดเผาจนผิวไหม้เกรียมแทบจะกลายเป็นเนื้อแดดเดียว  แม้จะสี่โมงเย็นแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าแสงแดดในบ้านเราจะยอมอ่อนแรงลงเลย  ยังคงสาดแสงอย่างเกรี้ยวกราดทำให้คนที่กำลังเดินอยู่นั่นแหละอ่อนแรงลงไปก่อน และแล้วก็ตั้งใจจะเรียกแท๊กซี่ (อีกแล้ว) แต่ก็ต้องยอมทนอีกนิดข้ามสะพานลอยไปเรียกรถอีกฝั่งหนึ่งดีกว่า เพื่อความสะดวกให้กับแท๊กซี่ไม่ต้องกลับรถ

เดินลงมาจากสะพานลอยใกล้ๆ กับป้ายรถเมล์ด้านหน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศาลายา เริ่มสอดส่ายสายตามองหาแท๊กซี่ที่จะขับผ่านมาก็ยังไม่เห็นมี แต่แล้วก็พลันพบว่าบริเวณริมถนนที่เขาอนุญาตให้จอดรถได้ และเป็นการจอดแบบเฉียงๆ มีแท๊กซี่สีชมพูก็จอดอยู่แต่ก็เป็นการจอดแบบเฉียงๆ เรียบร้อยคล้ายกับว่าจะจอดพักหรือจอดรอผู้โดยสารเข้าไปทำธุระ แรกทีเดียวฉันเองก็คิดว่าจะมองข้ามแท๊กซี่คันนี้ไป แล้วจะยืนรอแท๊กซีคันอื่น แต่พอมองเห็นไฟเปิดว่า “ว่าง” ก็เลยคิดว่า เขาก็น่าจะรับผู้โดยสารอยู่ก็เลยเข้าไปถาม ปรากฎว่าเขารับให้ขึ้นมาโดยสาร

ทันทีที่พอนั่งบนรถ คนขับแท๊กซี่ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อสีฟ้าและกางเกงยีนส์บอกว่า “ขอบคุณครับที่มาใช้บริการรถของผม ผมจอดรถในที่ๆ เขาให้จอดแบบเป็นระเบียบจะได้ไม่ไปเกะกะ แต่ก็กลัวเหมือนกันว่า คนจะไม่ขึ้น เพราะคิดว่าผมกำลังรอลูกค้าอยู่หรือเปล่า” แล้วก็พูดต่อไปอีกว่า “ผมชอบจอดเป็นระเบียบแบบชิดๆไม่ไปเกะกะ  แต่ก็กลัวเหมือนกันว่า คันอื่นที่ผ่านเข้ามาจะมาปาดหน้าไปหมด  มีหลายคนเคยว่าผมว่า จอดแบบนี้ก็ไม่ทันกินกับคนอื่นเขาหรอก”

คำพูดของเขาทำให้ฉันในฐานะผู้โดยสารไม่สามารถละเลยโดยไม่ตอบสนองบทสนทนาได้ก็เลยตอบเขาไปว่า ” ไม่ต้องกลัวหรอก คนเรานะถ้าคิดจะทำเรื่องดีๆ สิ่งดีๆ ก็จะมาหาเราเองแหละ แต่ถ้าคิดทำในเรื่องไม่ดีคงไม่ต้องให้ใครมาบอกหรือมาลงโทษเรา เราก็จะได้พบกับสิ่งที่ไม่ดีได้เหมือนกัน เมื่อคิดจะทำอะไรดีแล้ว ไม่ต้องไปกังวลหรอกว่าคนอื่นเขาจะคิดหรือจะว่าอย่างไร เราก็ทำของเราไปเรื่อยๆ  คอยดูกันสิว่า เราจะพบกับสิ่งที่ไม่ดีมั้ย”

คนขับแท๊กซี่เลยตอบกลับว่า “พี่พูดอย่างนี้เป็นกำลังใจให้ผมแท้ๆ ทำให้ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นั้น ถูกต้องแล้ว ผมคงจะทำต่อไปๆ” แล้วเขาก็เล่าต่อถึงประสบการณ์ของเขาว่า เขาไม่ชอบการขับรถหรือการจอดรถที่ไม่มีระเบียบ เขาจะไม่ละเลยที่จอดรถตามจุดที่จัดให้  อย่างเช่น หน้าตึกบางตึกที่มีส่วนเว้าของถนนเข้าไปเป็นจุดจอดให้แท๊กซี่ได้รอรับผู้โดยสารอย่างมีระเบียบ แม้หลายครั้งจะโดนแท๊กซี่ที่มาจากไหนก็ไม่รู้เข้ามาปาดหน้าทำให้ต้องชวดผู้โดยสารไป แต่เขาก็พบว่า หลังจากนั้นเขาก็จะได้ผู้โดยสารคนต่อไปที่เรียกเขาไปในเส้นทางที่ส่วนใหญ่น่าพอใจ และเขาก็คิดว่าเขามักไม่ค่อยอับจนผู้โดยสารนัก

“มีอยู่ครั้งหนึ่งนะ แถวหน้าตึกเนชั่น ผมก็เข้าจอดรอผู้โดยสารบริเวณที่จอดรถ มีคนเดินออกมาพอดีผมคิดว่า เขาน่าจะมาที่รถผม แต่พอดีมีรถอีกคันหนึ่งมาจอดข้างหน้าเขาพอดี มือของเขาก็จับประตูรถ ตามองมาที่ผม แต่แล้วเขาขึ้นรถอีกคัน แต่แค่แป๊บเดียวนั้นแหละครับ มีผู้หญิงคนหนึ่งเขาเดินตรงมาที่รถผมเลย  ผมเลยถามว่าทำไมถึงเดินมาขึ้นรถผม เขาบอกว่า ก็เห็นคุณจอดรถเป็นระเบียบเรียบร้อยดี” คนขับแท๊กซี่เล่าเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

ฉันเลยช่วยยืนยันต่อเข้าไปอีกว่า “นั่นไง เห็นมั้ยว่า ยังไงเราก็จะไม่อับจนหรอกถ้าเราคิดทำในสิ่งที่ถูกต้อง” พร้อมกับคุยให้เขาฟังต่อว่า เวลาที่เราคิดทำในเรื่องที่ดีหรือเรื่องที่ถูกต้องนั้นเราไม่ควรที่จะท้อใจง่ายๆ โดยการไปคิดว่า เอ๊ะทำไมไม่เห็นมีใครเขาทำอย่างนี้เลย หรือ เวลาเห็นคนทำไม่ดีทั้งๆ ที่รู้ว่า เขาทำไม่ดี เราก็เลยทำเหมือนกันด้วย เพราะคิดไปเองว่า “ไม่เห็นเป็นไรเลย ใครๆ เขาก็ทำกัน” โยนคำถามไปว่า “เออ จริงๆ แล้วทำไมเวลาที่จะทำไม่ดีแล้วชอบเอาคนอื่นมาอ้างว่า ใครๆ เขาก็ทำกัน ทำไมเราถึงไม่เป็นผู้นำนะ ถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นเป็นสิ่งดี” แล้วสำทับเข้าไปอีกว่า ” ถ้าคิดจะทำดีแล้ว อย่าไปท้อ”

คนขับแท๊กซี่ค่อนข้างเห็นด้วย และเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เขาพบเจอในช่วงที่เขาทำดี และ ที่เขาทำไม่ดี เขาบอกว่าเขาสังเกตว่า การไม่พยายามจอดรถกีดขวางคนที่จะสัญจร หรือไม่พยายามที่จะแย่งผู้โดยสารกับแท๊กซี่คันอื่นๆ แบบไม่มีน้ำใจนั้น ทำให้การขับรถของเขาค่อนข้างราบรื่น แต่หากทำไม่ดีปั๊บบางทีก็เกิดเหตุในทันทีทันใดเห็นๆ

“ตอนผมขับแท๊กซี่ใหม่ๆ ตอนนั้นมีฝรั่งมาเรียกรถ ผมรู้ว่าจากจุดนั้นไปยังสถานที่ที่เขาเรียกถ้ากดมิเตอร์ก็ประมาณ 130  บาท  แต่ผมเรียกเขาไป  400  บาท โดยไม่กดมิเตอร์ รู้มั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น พอขากลับผมขับรถมา พอดีรีบก็เลยปาดรถคันหน้าอีกคันกลายเป็นแซงบนเส้นทึบ ตำรวจยืนอยู่ตรงหน้าพอดี พอได้ยินค่าปรับผมถึงกับอึ้ง  400  บาท มันเท่ากับที่ผมไปโก่งราคาฝรั่งเขามาพอดี มันแปลกมากเลย ทำไมมันรวดเร็วทันตาเห็นอย่างนี้นะ  แล้วผมก็มาคิดได้ว่า นี่ขนาดผมโกงเล็กๆ น้อยๆ นะ ยังเห็นเลยว่ากรรมตามทัน ผมนึกไม่ออกเลยว่าคนที่โกงกินเยอะนั้นกรรมจะติดตามเขาไปอย่างไรบ้าง

สถานการณ์นี้คงไม่ใช่สถานการณ์เดียวแน่ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขา นับว่า เขาคงเป็นคนที่มีบุญอยู่ไม่น้อยที่ทำให้เขาสังเกตเห็นเองว่าผลจากการกระทำทั้งในเรื่องดีและไม่ดีนั้นมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้าง แม้จะไม่ฉับพลันทันใด หรือแม้ว่าจะไม่เป็นไปในรูปแบบเดียวกันเหมือนกับการโกงและค่าปรับที่ได้รับ เขาบอกว่า บางทีเรื่องนี้อาจเหนือคำพิพากษาของมนุษย์ด้วยกัน แต่อาจมีใครหรืออะไรที่เหนือกว่าจับตาในการกระทำของเราอยู่  คนขับแท๊กซี่คนนี้เล่าต่อไปว่า ทุกวันนี้ในการทำงานของเขาจึงเป็นไปด้วยความเรียบง่ายไม่รีบเร่ง และ การเดินทางอยู่บนท้องถนนทำให้เขาได้เห็นกับผู้คนที่มีความยากลำบาก ถ้าครั้งไหนที่เขาช่วยได้เขาก็ไม่ลังเลที่จะช่วย

“เวลาที่ผมเห็นยายแก่ๆ เดินฝ่ากลางแดดร้อนมาขายของ เช่น ขายผักขายอะไร ผมก็จะลงไปช่วยซื้อ หรือบางทีก็ไปนั่งคุยด้วย แก้เบื่อ ผมจะไปกินข้าวร้านที่ไม่ค่อยมีคนกิน แต่หลายๆ ครั้งพอเข้าไปกินปรากฎว่าร้านนั้นก็มีคนเข้ามาเยอะแยะ จนบางทีเจ้าของร้านบอกว่า พรุ่งนี้มากินใหม่นะจะให้กินฟรี เพราะช่วยนำลูกค้ามาให้”เขาเล่าอย่างภาคภูมิใจ และในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทางที่ฉันจะต้องลง เขาก็ยังทิ้งท้ายเอาไว้อีกว่า “ไม่น่าเชื่อเลยว่ามาถึงตรงนี้วันนี้รถไม่ติดเลย แถมผมยังได้เส้นทางที่ผมจะได้มาทำธุระเสียด้วย เดี๋ยวส่งพี่เสร็จผมก็จะไปทำธุระข้างหน้านี่แหละครับ”

ฉันคิดว่า ไม่ว่าจะประจวบเหมาะหรือเป็นเรื่องบุญทำกรรมแต่งก็ดี คิด คนเราหากคิดดี พูดดี และก็ทำดีแล้ว สิ่งๆดีย่อมเกิดขึ้นกับผู้นั้นแน่นอน แท๊กซี่คนนี้เช่นกัน ด้วยความที่เขาคิดดี ทำดี แล้วพูดดี ทำให้เขาดูมีท่าทีที่สบายๆ กว่าแท๊กซี่หลายๆ คันที่เคยพบ ที่มักจะมีอาการไม่สบอารมณ์เกิดขึ้นได้ง่าย  ฉันลงจากรถพร้อมจ่ายค่ารถ 200 บาท ซึ่งเพิ่มจากค่ามิเตอร์ไป 15 บาท คนขับกล่าวขอบคุณและขับรถไปด้วยความสบายใจ

Advertisements
This entry was posted in opinion and tagged , , , . Bookmark the permalink.

One Response to ร้อยแปดเรื่องราวจากชาวแท็กซี่ ตอนที่ 2

  1. June says:

    Thank you for a refreshing story, for reinforcing& reassuring the driver that when he does something good he ‘ll receive good thing in return. So many people take an easy way out and do something just because ” other people do it” even though it’s not the right thing.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s